- พระธรรมบทไตรพากย์
- ธมฺมฎฐวคฺค
๒๕๖. น เตน โหติ ธมฺมฎโฐ เยนตฺถํ สหสา นเย
โย จ อตฺถิ อนตฺถญฺจ อุโภ นิจฺเฉยฺย ปณฺฑิโต
บุคคลจะเป็นผู้ต้ังอยู่ในธรรม เพราะเหตุที่วินิจฉัยคดีโดยผลุนผลันก็หามิได้ แต่ผู้ใดเป็นบัณฑิต วินิจฉัยคดีที่เป็นจริงและไม่จริงโดยเทียงธรรม
He who carries cut out his purpose by violence is not there in righteous( established in the law). He is wise who decides both advantage and disadvantage.
๒๕๗. อสาหเสน ธมฺเมน สเมน นยติ ปเร
ธมฺมสฺส คุตฺโต เมธาวี ธมฺมฎโฐ ติ ปวุจฺจติ
ไม่ผลุนผลัน นำผู้อื่นไปสู่ความชนะหรือแพ้โดยสมควรแก่ความผิด อันธรรมคุ้มครอง มีปัญญา ผู้นั้นเราเรียกว่าผู้ต้ังอยู่ในธรรม
He who guides other by a procedure that is non-violent and equitalble, he is said to be a guardian of the law, wise and righteous.
๒๕๘. น เตน ปณฺฑิโต โหติ ยาวตา พหุ ภาสติ
เขมี อเวรี อภโย ปณฺฑิโต ติ ปวุจฺจติ
บุคคลจะเป็นบัณฑิต เพราะเหตุเพียงพูดมากก็หามิได้ ผู้มีความเกษม ไม่มีเวร ไม่มีภัย เราเรียกว่า เป็นบัณฑิต
A man is not wise because he sqeaks much. He who is comforting, friendly and harmless, is called wise.
๒๕๙. น ตาวตา ธมฺมธโร ยาวตา พหุ ภาสติ
โย จ อปฺปมฺปิ สุตฺวาน ธมฺมํ กาเยน ปสฺสติ
ส เว ธมฺมธโร โหติ โย ธมฺมํ นปฺปมชฺชติ
บุคคลจะเป็นผู้ทรงธรรม เพราะเหตุเพียงพูดมากก็หามิได้ แต่ผู้ใดฟังธรรมแม้เพียงเล็กน้อย ก็เห็นธรรมได้ด้วยกาย ไม่ประมาทธรรม ผู้นั้นแหละ เป็นผู้ทรงธรรม
He is not vered in the Dhama merly because he speaks much. He who hears little( of the Teaching), but sees the Truth mentally, and obsersves if well in deed, he is called versed in the Dhamma.
๒๖๐. น เต เถ โร โหติ เยนสฺส ปลิตํ สิโร
ปริสกฺโก วโย ตสฺส โมฆชิฌฺโณ ติ วุจฺจติ
บุคคลจะเป็นเถระเพราะเหตุที่มีผมหงอกบนศรีษะก็หาไม่ ผู้น้ันมีวัยแก่หง่อแล้ว เรียกว่า คนแก่เฒ่า
A man is not an Elder because his head is grey. He is ripe in age, and he is called 'Old in vain'
๒๖๑. ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหิสา สญฺญโม ทโม
ส เว วนฺตมโล ธีโร โส เถโร ติ ปวุจฺจติ
แต่ผู้ใดมีความจริง ความเที่ยงธรรม ความไม่เบียดเบียน ความสำรวม ความฝึกตน ผู้นั้นแหละ เป็นผู้คายธุลีแล้ว เป็นปราชญ์ เราเรียกว่า เถระ
In whom are truth, virtue, hamlessness and self-mastery, who is free from defilement, and wise , he truly is called an Elder .
๒๖๒. น วากฺกรณมตฺเตน วณฺณโปกฺขรตาย วา
สาธุรู โป นโร โหติ อิสฺสุกี มจฺฉรี สโฐ
คนผู้มีความริษยา ตระหนี่ เป็นคนโอ้อวด จะเป็นผู้มีรูปสวย เพราะเหตุสักว่าพูดไพเราะ หรือเพราะเหตุมีผิวพรรณงดงามก็หามิได้
Not by readiness in speech, nor by beauty of complexion, does a man become graceful- should he be jealous, selfish and deceitful.
๒๖๓. ยสฺส เจตํ สมุจฺฉินฺนํ มูลฆจฺจํ สมูหตํ
ส วนฺตโทโส เมธาวี สาธุรูโป ติ วุจฺจติ
แต่ผู้ใดตัดกิเลสมีความริษยาเป็นต้นน้ัน ถอนให้รากขาดได้ ผู้นั้นคายโทสะได้แล้ว มีปัญญา เราเรียกว่า ผู้มีรูปสวย
In whom such behaviour is wholly cut off, uprppsted, that wise man, who has cast out impurities, is indeed, called 'graceful'
๒๖๔. น มุณฺฑเกน สมโณ อพฺพโต อลิกํ ภณํ
อิจฺฉา โลภสมาปนฺโน สมโณ กึ ภวิสฺสติ
บุคคลมิไช่จะเป็นสมณะได้เพราะหัวโล้น, คนไม่มีวัตร, พูดเหลาะแหละ มีความปรารถนาและความโลภ จักเป็นสมณะได้อย่างไร?
The shaven head makes not a man, who is undisciplined and deceitful, an ascetic. How shall he be an ascetic who is full of desire and greed?
๒๖๕. โย จ สเมติ ปาปานิ อณํุ ถูลานิ สพฺพโส
สมิตตฺตา หิ ปาปานํ สมโณ ติ ปวุจจติ
ส่วนผู้ใดระงับความชั่วท้ังน้อยใหญ่ได้โดยประการทั้งปวง ผู้นั้นเราเรียกว่า สมณะ เพราะเหตุที่ระงับความชั่วได้นั่นแหละ
Whosoever makes an end of all his evil, small and great, he is called an ascetic, because he has overcome all evil.
๒๖๖. น เตน ภิกฺขุ โส โหติ ยาวตา ภิกฺขเต ปเร
วิสํ ธมฺมํ สมาทาย ภิกฺขุ โหติ น ดาวตา
บุคคลจะเป็นภิกษุ เพราะเหตุเพียงขอกะผู้อื่นก็หามิได้ จะเป็นภิกษุเพราะสมาทานธรรมอันเป็นพิเศษเพียงเท่าน้้น ก็หามิได้
A man is not a Bhikkhu simply because he goes begging from others. By adoptiing offensive manners one does not truly become a monk.
๒๖๗. โยธ ปุญฺญเญฺจ ปาปณฺจ พาเหตฺวา พฺรหฺมจริยา
สงฺขาย โลเก จรติ สาว ภิกฺขู ติ วุจฺจติ
ผู้ใดในโลกนี้ ลอยบุญและบาปได้แล้ว มีพรหมจรรย์ประพฤติอยู่ในโลกด้วยความรู้ ผู้นั้นแหละเราเรียกว่า ภิกษุ
๒๖๘. น โมเนน มุนี โหติ มุฬฺหรูโป อวิทฺทสุ
โย จ ตุลํว ปคฺคยฺห วรมาทาย ปณฺฑิโต
ผู้หลงใหลไม่รู้จริง จะเป็นมุนี เพราะเหตุที่นิ่งหามิได้ ส่วนผู้ใดเป็นบัณฑิต ยึดธรรมอันประเสริฐไว้เหมือนประคองตราชั่งนั่นเทียว
By (observing) silence a man does not become a sage if he be foolish and ignorant; but that wise man, who holding(as if were) the scale, takes what is good.
๒๖๙. ปาปานิ ปริวชฺเชติ ส มุนี เตน โส มุนิ
โย มุนาติ อุโภ โลเก มุนี เตน ปวุจฺจติ
เว้นความชั่ว ผู้นั้นเป็นมุนี เขาเป็นมุนี เพราะเหตุอันนั้น ผู้ใดรู้จักความทั้งสองแง่ในโลก ผู้นั้นเราเรียกว่า มุนี
And avoids the evil, he is the sage, is a sage for that(very) reason. He who in this world weighs both sides, is called a sage on that (very) account.
๒๗๐. น เตน อริโย โหติ เยน ปาณานิ หึสติ
อหิสา สพฺพปาณานํ อริโย ติ ปวุจฺจติ
บุคคลจะเป็นอริยะ เพราะเหตุที่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายหามิได้ แต่เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง เราจึงเรียกว่า อริยะ
A man is not in that he works harm to living creatuses. Whosever is harmless towards all living beings he is called a noble.
๒๗๑. น สีลพฺพตมตฺเตน พาหุสจฺเจน วา ปน
อถวา สมาธิลาเภน วิวิตฺตสยเนน วา
ภิกษุยังไม่บรรลุความสิ้นอาสวะ อย่าได้ถึงความวางใจเพราะเหตุเพียงศีลหรือพรด หรือเพราะความเป็นพหูสูตร หรือเพราะเหตุที่ได้สมาธิ หรือเพราะมีการนั่งนอนอันสงัด
Not only discriplined comduct and vows, not only by much learning, nor moreover by the attainment of meditative calm nor by sleeping solitary.
๒๗๒. ผุสามิ เนกฺขมฺมสุขํ อปุถุชฺชนเสวิตํ
ภิกฺขุ วิสฺสาสมาปาทิ อปฺปตฺโต อาสวกฺขยํ
หรือเพราะเหตุเพียงความไม่พอใจว่า เราได้รับความสุขของพระอนาคามีที่ปุถชนไม่ได้ลิ้มเลย
Do I reach th happiness of release which no worlding can attain. O mendicant, do not be confident( rest not content) so long as you have not reached the extinchion of impurities.
โย จ อตฺถิ อนตฺถญฺจ อุโภ นิจฺเฉยฺย ปณฺฑิโต
บุคคลจะเป็นผู้ต้ังอยู่ในธรรม เพราะเหตุที่วินิจฉัยคดีโดยผลุนผลันก็หามิได้ แต่ผู้ใดเป็นบัณฑิต วินิจฉัยคดีที่เป็นจริงและไม่จริงโดยเทียงธรรม
He who carries cut out his purpose by violence is not there in righteous( established in the law). He is wise who decides both advantage and disadvantage.
๒๕๗. อสาหเสน ธมฺเมน สเมน นยติ ปเร
ธมฺมสฺส คุตฺโต เมธาวี ธมฺมฎโฐ ติ ปวุจฺจติ
ไม่ผลุนผลัน นำผู้อื่นไปสู่ความชนะหรือแพ้โดยสมควรแก่ความผิด อันธรรมคุ้มครอง มีปัญญา ผู้นั้นเราเรียกว่าผู้ต้ังอยู่ในธรรม
He who guides other by a procedure that is non-violent and equitalble, he is said to be a guardian of the law, wise and righteous.
๒๕๘. น เตน ปณฺฑิโต โหติ ยาวตา พหุ ภาสติ
เขมี อเวรี อภโย ปณฺฑิโต ติ ปวุจฺจติ
บุคคลจะเป็นบัณฑิต เพราะเหตุเพียงพูดมากก็หามิได้ ผู้มีความเกษม ไม่มีเวร ไม่มีภัย เราเรียกว่า เป็นบัณฑิต
A man is not wise because he sqeaks much. He who is comforting, friendly and harmless, is called wise.
๒๕๙. น ตาวตา ธมฺมธโร ยาวตา พหุ ภาสติ
โย จ อปฺปมฺปิ สุตฺวาน ธมฺมํ กาเยน ปสฺสติ
ส เว ธมฺมธโร โหติ โย ธมฺมํ นปฺปมชฺชติ
บุคคลจะเป็นผู้ทรงธรรม เพราะเหตุเพียงพูดมากก็หามิได้ แต่ผู้ใดฟังธรรมแม้เพียงเล็กน้อย ก็เห็นธรรมได้ด้วยกาย ไม่ประมาทธรรม ผู้นั้นแหละ เป็นผู้ทรงธรรม
He is not vered in the Dhama merly because he speaks much. He who hears little( of the Teaching), but sees the Truth mentally, and obsersves if well in deed, he is called versed in the Dhamma.
๒๖๐. น เต เถ โร โหติ เยนสฺส ปลิตํ สิโร
ปริสกฺโก วโย ตสฺส โมฆชิฌฺโณ ติ วุจฺจติ
บุคคลจะเป็นเถระเพราะเหตุที่มีผมหงอกบนศรีษะก็หาไม่ ผู้น้ันมีวัยแก่หง่อแล้ว เรียกว่า คนแก่เฒ่า
A man is not an Elder because his head is grey. He is ripe in age, and he is called 'Old in vain'
๒๖๑. ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหิสา สญฺญโม ทโม
ส เว วนฺตมโล ธีโร โส เถโร ติ ปวุจฺจติ
แต่ผู้ใดมีความจริง ความเที่ยงธรรม ความไม่เบียดเบียน ความสำรวม ความฝึกตน ผู้นั้นแหละ เป็นผู้คายธุลีแล้ว เป็นปราชญ์ เราเรียกว่า เถระ
In whom are truth, virtue, hamlessness and self-mastery, who is free from defilement, and wise , he truly is called an Elder .
๒๖๒. น วากฺกรณมตฺเตน วณฺณโปกฺขรตาย วา
สาธุรู โป นโร โหติ อิสฺสุกี มจฺฉรี สโฐ
คนผู้มีความริษยา ตระหนี่ เป็นคนโอ้อวด จะเป็นผู้มีรูปสวย เพราะเหตุสักว่าพูดไพเราะ หรือเพราะเหตุมีผิวพรรณงดงามก็หามิได้
Not by readiness in speech, nor by beauty of complexion, does a man become graceful- should he be jealous, selfish and deceitful.
๒๖๓. ยสฺส เจตํ สมุจฺฉินฺนํ มูลฆจฺจํ สมูหตํ
ส วนฺตโทโส เมธาวี สาธุรูโป ติ วุจฺจติ
แต่ผู้ใดตัดกิเลสมีความริษยาเป็นต้นน้ัน ถอนให้รากขาดได้ ผู้นั้นคายโทสะได้แล้ว มีปัญญา เราเรียกว่า ผู้มีรูปสวย
In whom such behaviour is wholly cut off, uprppsted, that wise man, who has cast out impurities, is indeed, called 'graceful'
๒๖๔. น มุณฺฑเกน สมโณ อพฺพโต อลิกํ ภณํ
อิจฺฉา โลภสมาปนฺโน สมโณ กึ ภวิสฺสติ
บุคคลมิไช่จะเป็นสมณะได้เพราะหัวโล้น, คนไม่มีวัตร, พูดเหลาะแหละ มีความปรารถนาและความโลภ จักเป็นสมณะได้อย่างไร?
The shaven head makes not a man, who is undisciplined and deceitful, an ascetic. How shall he be an ascetic who is full of desire and greed?
๒๖๕. โย จ สเมติ ปาปานิ อณํุ ถูลานิ สพฺพโส
สมิตตฺตา หิ ปาปานํ สมโณ ติ ปวุจจติ
ส่วนผู้ใดระงับความชั่วท้ังน้อยใหญ่ได้โดยประการทั้งปวง ผู้นั้นเราเรียกว่า สมณะ เพราะเหตุที่ระงับความชั่วได้นั่นแหละ
Whosoever makes an end of all his evil, small and great, he is called an ascetic, because he has overcome all evil.
๒๖๖. น เตน ภิกฺขุ โส โหติ ยาวตา ภิกฺขเต ปเร
วิสํ ธมฺมํ สมาทาย ภิกฺขุ โหติ น ดาวตา
บุคคลจะเป็นภิกษุ เพราะเหตุเพียงขอกะผู้อื่นก็หามิได้ จะเป็นภิกษุเพราะสมาทานธรรมอันเป็นพิเศษเพียงเท่าน้้น ก็หามิได้
A man is not a Bhikkhu simply because he goes begging from others. By adoptiing offensive manners one does not truly become a monk.
๒๖๗. โยธ ปุญฺญเญฺจ ปาปณฺจ พาเหตฺวา พฺรหฺมจริยา
สงฺขาย โลเก จรติ สาว ภิกฺขู ติ วุจฺจติ
ผู้ใดในโลกนี้ ลอยบุญและบาปได้แล้ว มีพรหมจรรย์ประพฤติอยู่ในโลกด้วยความรู้ ผู้นั้นแหละเราเรียกว่า ภิกษุ
๒๖๘. น โมเนน มุนี โหติ มุฬฺหรูโป อวิทฺทสุ
โย จ ตุลํว ปคฺคยฺห วรมาทาย ปณฺฑิโต
ผู้หลงใหลไม่รู้จริง จะเป็นมุนี เพราะเหตุที่นิ่งหามิได้ ส่วนผู้ใดเป็นบัณฑิต ยึดธรรมอันประเสริฐไว้เหมือนประคองตราชั่งนั่นเทียว
By (observing) silence a man does not become a sage if he be foolish and ignorant; but that wise man, who holding(as if were) the scale, takes what is good.
๒๖๙. ปาปานิ ปริวชฺเชติ ส มุนี เตน โส มุนิ
โย มุนาติ อุโภ โลเก มุนี เตน ปวุจฺจติ
เว้นความชั่ว ผู้นั้นเป็นมุนี เขาเป็นมุนี เพราะเหตุอันนั้น ผู้ใดรู้จักความทั้งสองแง่ในโลก ผู้นั้นเราเรียกว่า มุนี
And avoids the evil, he is the sage, is a sage for that(very) reason. He who in this world weighs both sides, is called a sage on that (very) account.
๒๗๐. น เตน อริโย โหติ เยน ปาณานิ หึสติ
อหิสา สพฺพปาณานํ อริโย ติ ปวุจฺจติ
บุคคลจะเป็นอริยะ เพราะเหตุที่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายหามิได้ แต่เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง เราจึงเรียกว่า อริยะ
A man is not in that he works harm to living creatuses. Whosever is harmless towards all living beings he is called a noble.
๒๗๑. น สีลพฺพตมตฺเตน พาหุสจฺเจน วา ปน
อถวา สมาธิลาเภน วิวิตฺตสยเนน วา
ภิกษุยังไม่บรรลุความสิ้นอาสวะ อย่าได้ถึงความวางใจเพราะเหตุเพียงศีลหรือพรด หรือเพราะความเป็นพหูสูตร หรือเพราะเหตุที่ได้สมาธิ หรือเพราะมีการนั่งนอนอันสงัด
Not only discriplined comduct and vows, not only by much learning, nor moreover by the attainment of meditative calm nor by sleeping solitary.
๒๗๒. ผุสามิ เนกฺขมฺมสุขํ อปุถุชฺชนเสวิตํ
ภิกฺขุ วิสฺสาสมาปาทิ อปฺปตฺโต อาสวกฺขยํ
หรือเพราะเหตุเพียงความไม่พอใจว่า เราได้รับความสุขของพระอนาคามีที่ปุถชนไม่ได้ลิ้มเลย
Do I reach th happiness of release which no worlding can attain. O mendicant, do not be confident( rest not content) so long as you have not reached the extinchion of impurities.
พระธรรมบทคำโคลง
๒๕๗. ผู้ไม่ยึดมั่นด้วย หลักธรรม
อคติย่อมครอบงำ จิตไว้
วินิจฉัยบกพร่องลำ เอียงผิด พลาดแฮ
ไม่เรียกบัณฑิตไร้ เที่ยงแท้ ยุติธรรม ฯ
๒๕๘. ผู้ที่พูดคล่องคล้าย น้ำไหล
ไม่เรียกบัณฑิตใจ แจ่มรู้
ผู้ประพฤติพ้นภัย เวรจิต เกษมแฮ
จึงเรียกบัณฑิตผู้ ฉลาดรู้ สัจธรรม ฯ
๒๕๙. ผู้พูดมากคล่องคล้อย ถ้อยคำ
ไม่เรียกผู้ทรงธรรม ที่แท้
แม้ผู้สดับน้อยสำ นึกหลัก ธรรมแฮ
ไม่ประมาทธรรมแล้ เรียกผู้ ทรงธรรม ฯ
๒๖๐. ผู้ที่ผมหงอกเกลี้ยง ศรีษะ
ไม่เรียกพระเถระ แก่รู้
เป็นผู้แก่ตกกระ แก่แดดลมแฮ
เรียกว่าแก่เปล่าผู้ แก่เรื้อ หลงไหล ฯ
๒๖๑. ผู้ใดประจักษ์แจ้ง สัจธรรม
ไม่เบียดเบียนท่านลำ- บากล้น
ฉลาดรู้ข่่มจิตสำ- รวมสติ ตนแฮ
เรียกพระเถระพ้น แปดเปื้อน บาปกรรม ฯ
๒๖๒. มิใช่พูดคล่องคล้อย คนขาม
มิใช่ผิวพรรณงาม สง่าไซร้
หากตระหนี่มีความ เห็นแก่ ตัวแฮ
ไม่เรียกคนดีได้ ชื่อชั้น เลิศจริง ฯ
๒๖๓. ผู้เพิกถอนถอดสิ้น อกุศล มูลแฮ
ละโลภโกรธหลงจน ขาดแล้ว
ผู้ฉลาดอบรมตน แก่กุ-ศลแฮ
จึงเรียกคนดีแผ้ว ผ่องพ้น มลทิน ฯ
๒๖๔. ไร้ศีลสมบัติน้อม ในตน เองแฮ
คำพูดไป่มีคน เชื่อไซร้
หัวโล้นแต่ร้อนรน โลภอยาก ได้แฮ
จักเรียกสมณะได้ ดั่งนั้น โดยไฉน ฯ
๒๖๕. ผู้ใดสงบระงับแล้ว บาปกรรม
บาปใหญ่บาปน้อยรำ -งับไว้
ทำพูดคิดหมั่นสำ- รวมจิต ตนแฮ
จึ่งเรียกสมณะได้ ครบถ้วน คำขาน ฯ
๒๖๖. เพียงเที่ยวบิณฑบาตข้าว เขามา กินแฮ
ยังเรียกภิกษุหา ถูกต้อง
ยังประพฤติเยี่ยงฆรา- วาสทั่ว ไปแฮ
ไม่เรียกภิกษุร้อง เรียกผู้ ขอทาน ฯ
๒๖๗. ผู้ละบุญบาปแล้ว ทั้งสอง อย่างแฮ
ประพฤติพรหมจรรย์ครอง อาตม์ไว้
เป็นสุขอยู่ในคลอง ธรรมชอบ แล้วแฮ
จึงเรียกภิกษุได้ ครบถ้วน คำขาน ฯ
๒๖๘. คนโง่ผู้ไม่รู้ สิ่งไร
นั่งนิ่งภาวนาใจ มืดตื้อ
ไม่เรียกมุนีไกล กิเลส เลยนา
บัณฑิตจึ่งนั่งรื้อ เลือกเฟ้น ฝ่ายดี ฯ
๒๖๙. ผู้ใดรู้โลกแผ้ว ทั้งสอง
ฝ่ายชั่วฝ่ายดีตรอง ตรึกรู้
ละชั่วละดีครอง ตนอยู่
จึงเรียกท่านว่าผู้ ปราชญ์น้ัน มุนี ฯ
๒๗๐. ไม่เรียกอริยะล้ำ เลิศชน
ผู้เบียดเบียนสัตว์คน อื่นไซร้
ผู้ไม่เบียดเบียนตน แลสัตว์ อื่นนา
เรียกพระอริยะได้ ชื่อล้ำ เลิศคน ฯ
๒๗๑. ใช่ลูกคลำไขว่คว้า สิกขา บทเฮย
ใช่สดับพระธรรมา มากล้น
ใช่นั่งนิ่งภาวนา สังวัธ ยายแฮ
ใช่อยู่วัดจักพ้น กิเลสหุ้ม ห่อใจ ฯ
๒๗๒. มิใช่การละทิ้ง เรือนชาน
ละเครื่องดอกสันดาน ดิบแห้ง
ยึดเที่ยวภิกขาจาร สันโดษ
เพียรละกิเลสแล้ง ขาดแล้ว สุขสันต์ ฯ
๒๖๖. เพียงเที่ยวบิณฑบาตข้าว เขามา กินแฮ
ยังเรียกภิกษุหา ถูกต้อง
ยังประพฤติเยี่ยงฆรา- วาสทั่ว ไปแฮ
ไม่เรียกภิกษุร้อง เรียกผู้ ขอทาน ฯ
๒๖๗. ผู้ละบุญบาปแล้ว ทั้งสอง อย่างแฮ
ประพฤติพรหมจรรย์ครอง อาตม์ไว้
เป็นสุขอยู่ในคลอง ธรรมชอบ แล้วแฮ
จึงเรียกภิกษุได้ ครบถ้วน คำขาน ฯ
๒๖๘. คนโง่ผู้ไม่รู้ สิ่งไร
นั่งนิ่งภาวนาใจ มืดตื้อ
ไม่เรียกมุนีไกล กิเลส เลยนา
บัณฑิตจึ่งนั่งรื้อ เลือกเฟ้น ฝ่ายดี ฯ
๒๖๙. ผู้ใดรู้โลกแผ้ว ทั้งสอง
ฝ่ายชั่วฝ่ายดีตรอง ตรึกรู้
ละชั่วละดีครอง ตนอยู่
จึงเรียกท่านว่าผู้ ปราชญ์น้ัน มุนี ฯ
๒๗๐. ไม่เรียกอริยะล้ำ เลิศชน
ผู้เบียดเบียนสัตว์คน อื่นไซร้
ผู้ไม่เบียดเบียนตน แลสัตว์ อื่นนา
เรียกพระอริยะได้ ชื่อล้ำ เลิศคน ฯ
๒๗๑. ใช่ลูกคลำไขว่คว้า สิกขา บทเฮย
ใช่สดับพระธรรมา มากล้น
ใช่นั่งนิ่งภาวนา สังวัธ ยายแฮ
ใช่อยู่วัดจักพ้น กิเลสหุ้ม ห่อใจ ฯ
๒๗๒. มิใช่การละทิ้ง เรือนชาน
ละเครื่องดอกสันดาน ดิบแห้ง
ยึดเที่ยวภิกขาจาร สันโดษ
เพียรละกิเลสแล้ง ขาดแล้ว สุขสันต์ ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น