พระธรรมบทไตรพากย์
มคฺควคฺค
๒๗๓.มคฺคานฎฐงคิโก เสฐโฐ สจฺจานิ จตฺโร ปทา
วิราโค เสฎโฐ ธมฺมานํ ทิปทานญฺจ จกขฺมา
ในบรรดาทางทั้งหลาย ทางประกอบด้วยองค์ ๘ ประเสริฐที่สุด ในบรรดาสัจจะทั้งหลาย สัจจะ ๘ ข้อประเสริฐที่สุดในบรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคะประเสริฐทึ่่สุด
Best of parths is the Eightfold Path; best of truth are the Four( Noble Thuths) . Best of conditions is Passionlessness; best of bipeds is the Secing One,( the Man of Vision)
๒๗๔. เอโสว มคฺโค นตฺถญฺโญ ทสฺสนสฺส วิสุทฺธิยา
เอตญฺหิ ตุมฺเห ปฎิปชฺชถ มารสฺเสตํ ปโมหนํ
ในบรรดาสัุตว์สองเท้าทั้งหลาย พระตถาคตผู้มีจักษุประเสริฐที่สุด ทางนี้เท่าน้ันทางอื่นไม่มี เพื่อความบริสุทธิ์แห่งทัศนะ พวกเธอจงเดินทางนี้แหละ ทางนี้เป็นทางที่หลงของมาร
This is the only; none other is there that leads to the vision of the Pure. Enter upon this Way; this is the bewidement of Mara.
๒๗๕. เอตญฺหิ ตุมฺเห ปฎิปนฺนา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถ
อกฺขาโต เว มยา มคฺโค อญฺญาย สลฺลสนฺหถนํ
พวกเธอเดินทางนี้แหละ จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ เรารู้ทางที่จะถอนความโศก แล้วจึงบอกทางแก่พวกเธอ
Walking this Way you shall make an end of suffering. This is the Way made known by me when I had learnt to remove all darts.
๒๗๖. ตุมฺเหตหิ กิจฺจมาตปฺปํ อกฺฺขาตาโร ตถาคตา
ปฎิปนฺนา ปโมกฺขนฺติ ฌายิโน มารพนฺธนา
พวกเธอจงทำความเพียรด้วยตนเอง ตถาคตเป็นแต่ผู้บอกทางให้ปฎิบัตตามมีเพียรเพ่ง จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้
You yourselves should make an efforyt; the Awakened Ones are only teacher. The devoted to mediation arrive at release from the bonds of Mara.
๒๗๗. สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา ต ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา
เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญว่า สังขารท้ังหลายไม่เที่ยง เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์นั้นแหละเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
All compounded things are transient; when one sees this with wisdom, than one becomes disgusted of the painful. This is the Path to Purity.
๒๗๘. สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา ติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารท้ังหลายเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์น้ันแหละ เป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
All compounded things are frautht with pain', when in wisfom one sees this, then he is aweary of the painful. This is the Path to Purity.
๒๗๙. สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา
เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งหลาย(ขันธ์๕) เป็นอนัตตา เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ นั่้นแหละเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
All things whatsoever are unsubstantial', when in wisdom one sees this, then he is aweary of the painful,this is the Path to Purity.
๒๘๐. อุฎฺฐานกาลมฺหิ อนุฎฐหาโน ยุวา พลี อาลสิยํ อุเปโต
สํสนฺนสงฺกปฺปมโน กุสิโต ปญฺญาย มคฺคํ อลโส น วินฺทติ
ผู้ไม่หมั่นในกาลที่ควรหมั่น ยังหนุ่มมีกำลัง เข้าถึงความเกียจคร้าน มีใจที่มีความดำริอันจมเสียแล้ว ขี้เกียจขี้คร้าน ย่อมไม่พบทางแห่งปัญญา
The idler who strives not when he should strive, who, though young and strong, is slothful, is feeble in maintaining right-mindedness, is sluggish and inert, such a one finds not the way to wisdom.
๒๘๑. วาจานุรกฺขี มนสา สุสํวฺโต กาเยน จ อกฺสลํ น กยิรา
เอเต ตโย กมฺมปเถ วิโสธเย อาราธเย มคฺคํ อิสิปฺปเวทิตํ
พึงชำระกรรมบทสามประการนี้ให้บริสุทธิ์ คือหมั่นรักษาวาจา ระวังใจและไม่ทำชั่วทางกาย จะพึงพบทางที่พระฤาษีมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ประกาศแล้ว
Watchful of speech, well restrained in mind, let him do no evil in deed; let him purify these ways of action, and win the Path made known by the Sages.
๒๘๒. โยคา เว ชายตึ ภูริ อโยคา ภูริสงฺขโย
เอตํ เทฺวธาปถํ ญตฺวา ภวา วิภวาย จ
ตถตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ
ปัญญาเกิดเพราะความประกอบ เมื่อไม่มีประกอบปัญญาก็หมดสิ้นไป บุคคลรู้ทางแห่งความเจริญ และความเสื่อมทั้งสองทางนี้แล้ว พึงตั้งตนไว้ในทางที่ปัญญาจะเจริญ
Form concertration springs wisdom; it wanes from lack of concentration. Knowing these two paths of increase and decrease(of wisdom), let him so conduct himself that wisdom may increase.
๒๘๓. วนํ ฉินฺทถ มา รุกฺขํ วนโต ชายต ภยํ
เฉตฺวา วนญฺจ วนฎฺฐญฺจ นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว
พวกเธอจงตัดป่า(กิเลส) อย่าตัดต้นไม้ ภัยย่อมเกิดจากป่า ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอตัดป่าใหญ่ ป่าน้อยได้แล้ว จักเป็นผู้หมดป่า
Cut down the forest( of lust) but not mere tree. From the jungle( of lust) springs forth fear. Cutting the forest and brushwood( of lust), be passionless, O bhikkhus.
๒๘๔. ยาว หิ วนโถ น ฉิชฺชติ อณุมตฺโตปิ นรสฺส นาริสุ
ปฎิพทฺธมโน ว ตาว โส วจฺโฉ ขีรปโกว มาตริ
ป่าแม้เพียงนิดเดียวในนารีทั้งหลายของนรชน ยังไม่ถูกตัดให้ขาดไปตราบใด กระนั้นก็ยังมีใจพัวพันในนารีอยู่ตราบนั้น เหมือนลูกโคที่ยังดื่มนม มีใจพัวพันในแม่โคฉนั้น
In so far one has not cut down the last little sapling of this jungle of the lust of man for woman, in so far his mind is in boudage, like the sucking calf to its mother.
๒๘๕.อุจฺฉินฺท สิเนหมตฺตโน กุมฺทํ สารทิกํว ปาณินา
สนฺติมคฺคเมว พุรูหย นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ
Cut off your craving as, with the hand, an autumn lily. Give thyself to following the path of peace( of Nibbana) made known by the Biesed One.
๒๘๖. อิธ วสฺสํ วสิสฺสามิ อิธ เหมนฺตคิมฺหิสุ
อิติ พาโล วิจินฺเตติ อนฺตรายํ น พุชฺฌติ
คนพาลย่อมคิดไปว่า เราจักอยู่ในที่นี้ตลอดฤดูฝน จักอยู่ในที่นี้ตลอดฤดูหนาว และฤดูร้อน เขาย่อมไม่รู้จักว่าจะมีอันตราย
Here shall I live in the rains; here in the cold season, here in the summer' thus thinks the fool; but he does not realise the danger ( that may come inbetween).
๒๘๗. ตํ ปุตฺตปสุสมตฺตํ พฺยาสตฺมนสํ นรํ
สุคตํ คามํ มโหโฆว มจฺจ อาทาย คจฺฉติ
มฤตยูย่อมฉุดคนผู้มัวเมาในบุตรและสัตว์ทั้งหลาย มีใจซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดพาชาวบ้านผู้หลับไหลไป ฉนั้น
The doting man, whose delight is in the abundance of children and flocks, whose mind is set upon his holdings, death seizes and carries him off, as a great flood a sleeping village.
๒๘๘. น สนฺติ ปุตฺตา ตาฌาย น ปิตา นปิ พนฺธวา
อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา
บุตร ธิดา มารดา แม้พวกพ้องก็ไม่มีเพื่อเป็นที่ต้านทานในเมื่อคนถูกความตายครอบงำ ญาติทั้งหลายจะต้านทานได้น้้นไม่มีเลย
There are no sons for protection, neither father nor kinsmen. For him who is assailed by death no protection is there from kinsmen.
๒๘๙. เอตมตฺลาสํ ญตฺวา ปณฺฑิโต สึลสํวุโต
นิพพานคมนํ มคฺคํ ขิปฺปเมว วิโสธเย
บัณฑิตทราบความจริงนี้แล้ว จึงเป็นผู้สำรวมด้วยศีล รีบชำระทางไปนิพพานโดยเร็วพลันทีเดียว
Thoroughly knowing this fact, the wise man, restrained by morally, delays not to clear the Way that leads to Nibbaa.
๒๗๔. เอโสว มคฺโค นตฺถญฺโญ ทสฺสนสฺส วิสุทฺธิยา
เอตญฺหิ ตุมฺเห ปฎิปชฺชถ มารสฺเสตํ ปโมหนํ
ในบรรดาสัุตว์สองเท้าทั้งหลาย พระตถาคตผู้มีจักษุประเสริฐที่สุด ทางนี้เท่าน้ันทางอื่นไม่มี เพื่อความบริสุทธิ์แห่งทัศนะ พวกเธอจงเดินทางนี้แหละ ทางนี้เป็นทางที่หลงของมาร
This is the only; none other is there that leads to the vision of the Pure. Enter upon this Way; this is the bewidement of Mara.
๒๗๕. เอตญฺหิ ตุมฺเห ปฎิปนฺนา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถ
อกฺขาโต เว มยา มคฺโค อญฺญาย สลฺลสนฺหถนํ
พวกเธอเดินทางนี้แหละ จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ เรารู้ทางที่จะถอนความโศก แล้วจึงบอกทางแก่พวกเธอ
Walking this Way you shall make an end of suffering. This is the Way made known by me when I had learnt to remove all darts.
๒๗๖. ตุมฺเหตหิ กิจฺจมาตปฺปํ อกฺฺขาตาโร ตถาคตา
ปฎิปนฺนา ปโมกฺขนฺติ ฌายิโน มารพนฺธนา
พวกเธอจงทำความเพียรด้วยตนเอง ตถาคตเป็นแต่ผู้บอกทางให้ปฎิบัตตามมีเพียรเพ่ง จักพ้นจากเครื่องผูกของมารได้
You yourselves should make an efforyt; the Awakened Ones are only teacher. The devoted to mediation arrive at release from the bonds of Mara.
๒๗๗. สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา ต ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา
เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญว่า สังขารท้ังหลายไม่เที่ยง เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์นั้นแหละเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
All compounded things are transient; when one sees this with wisdom, than one becomes disgusted of the painful. This is the Path to Purity.
๒๗๘. สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขา ติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา
เมื่อใดบุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารท้ังหลายเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์น้ันแหละ เป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
All compounded things are frautht with pain', when in wisfom one sees this, then he is aweary of the painful. This is the Path to Purity.
๒๗๙. สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา
เมื่อใด บุคคลเห็นด้วยปัญญาว่า ธรรมทั้งหลาย(ขันธ์๕) เป็นอนัตตา เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ นั่้นแหละเป็นทางแห่งความบริสุทธิ์
All things whatsoever are unsubstantial', when in wisdom one sees this, then he is aweary of the painful,this is the Path to Purity.
๒๘๐. อุฎฺฐานกาลมฺหิ อนุฎฐหาโน ยุวา พลี อาลสิยํ อุเปโต
สํสนฺนสงฺกปฺปมโน กุสิโต ปญฺญาย มคฺคํ อลโส น วินฺทติ
ผู้ไม่หมั่นในกาลที่ควรหมั่น ยังหนุ่มมีกำลัง เข้าถึงความเกียจคร้าน มีใจที่มีความดำริอันจมเสียแล้ว ขี้เกียจขี้คร้าน ย่อมไม่พบทางแห่งปัญญา
The idler who strives not when he should strive, who, though young and strong, is slothful, is feeble in maintaining right-mindedness, is sluggish and inert, such a one finds not the way to wisdom.
๒๘๑. วาจานุรกฺขี มนสา สุสํวฺโต กาเยน จ อกฺสลํ น กยิรา
เอเต ตโย กมฺมปเถ วิโสธเย อาราธเย มคฺคํ อิสิปฺปเวทิตํ
พึงชำระกรรมบทสามประการนี้ให้บริสุทธิ์ คือหมั่นรักษาวาจา ระวังใจและไม่ทำชั่วทางกาย จะพึงพบทางที่พระฤาษีมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ประกาศแล้ว
Watchful of speech, well restrained in mind, let him do no evil in deed; let him purify these ways of action, and win the Path made known by the Sages.
๒๘๒. โยคา เว ชายตึ ภูริ อโยคา ภูริสงฺขโย
เอตํ เทฺวธาปถํ ญตฺวา ภวา วิภวาย จ
ตถตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ
ปัญญาเกิดเพราะความประกอบ เมื่อไม่มีประกอบปัญญาก็หมดสิ้นไป บุคคลรู้ทางแห่งความเจริญ และความเสื่อมทั้งสองทางนี้แล้ว พึงตั้งตนไว้ในทางที่ปัญญาจะเจริญ
Form concertration springs wisdom; it wanes from lack of concentration. Knowing these two paths of increase and decrease(of wisdom), let him so conduct himself that wisdom may increase.
๒๘๓. วนํ ฉินฺทถ มา รุกฺขํ วนโต ชายต ภยํ
เฉตฺวา วนญฺจ วนฎฺฐญฺจ นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว
พวกเธอจงตัดป่า(กิเลส) อย่าตัดต้นไม้ ภัยย่อมเกิดจากป่า ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอตัดป่าใหญ่ ป่าน้อยได้แล้ว จักเป็นผู้หมดป่า
Cut down the forest( of lust) but not mere tree. From the jungle( of lust) springs forth fear. Cutting the forest and brushwood( of lust), be passionless, O bhikkhus.
๒๘๔. ยาว หิ วนโถ น ฉิชฺชติ อณุมตฺโตปิ นรสฺส นาริสุ
ปฎิพทฺธมโน ว ตาว โส วจฺโฉ ขีรปโกว มาตริ
ป่าแม้เพียงนิดเดียวในนารีทั้งหลายของนรชน ยังไม่ถูกตัดให้ขาดไปตราบใด กระนั้นก็ยังมีใจพัวพันในนารีอยู่ตราบนั้น เหมือนลูกโคที่ยังดื่มนม มีใจพัวพันในแม่โคฉนั้น
In so far one has not cut down the last little sapling of this jungle of the lust of man for woman, in so far his mind is in boudage, like the sucking calf to its mother.
๒๘๕.อุจฺฉินฺท สิเนหมตฺตโน กุมฺทํ สารทิกํว ปาณินา
สนฺติมคฺคเมว พุรูหย นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ
Cut off your craving as, with the hand, an autumn lily. Give thyself to following the path of peace( of Nibbana) made known by the Biesed One.
๒๘๖. อิธ วสฺสํ วสิสฺสามิ อิธ เหมนฺตคิมฺหิสุ
อิติ พาโล วิจินฺเตติ อนฺตรายํ น พุชฺฌติ
คนพาลย่อมคิดไปว่า เราจักอยู่ในที่นี้ตลอดฤดูฝน จักอยู่ในที่นี้ตลอดฤดูหนาว และฤดูร้อน เขาย่อมไม่รู้จักว่าจะมีอันตราย
Here shall I live in the rains; here in the cold season, here in the summer' thus thinks the fool; but he does not realise the danger ( that may come inbetween).
๒๘๗. ตํ ปุตฺตปสุสมตฺตํ พฺยาสตฺมนสํ นรํ
สุคตํ คามํ มโหโฆว มจฺจ อาทาย คจฺฉติ
มฤตยูย่อมฉุดคนผู้มัวเมาในบุตรและสัตว์ทั้งหลาย มีใจซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดพาชาวบ้านผู้หลับไหลไป ฉนั้น
The doting man, whose delight is in the abundance of children and flocks, whose mind is set upon his holdings, death seizes and carries him off, as a great flood a sleeping village.
๒๘๘. น สนฺติ ปุตฺตา ตาฌาย น ปิตา นปิ พนฺธวา
อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส นตฺถิ ญาตีสุ ตาณตา
บุตร ธิดา มารดา แม้พวกพ้องก็ไม่มีเพื่อเป็นที่ต้านทานในเมื่อคนถูกความตายครอบงำ ญาติทั้งหลายจะต้านทานได้น้้นไม่มีเลย
There are no sons for protection, neither father nor kinsmen. For him who is assailed by death no protection is there from kinsmen.
๒๘๙. เอตมตฺลาสํ ญตฺวา ปณฺฑิโต สึลสํวุโต
นิพพานคมนํ มคฺคํ ขิปฺปเมว วิโสธเย
บัณฑิตทราบความจริงนี้แล้ว จึงเป็นผู้สำรวมด้วยศีล รีบชำระทางไปนิพพานโดยเร็วพลันทีเดียว
Thoroughly knowing this fact, the wise man, restrained by morally, delays not to clear the Way that leads to Nibbaa.
พระธรรมบทคำโคลง
๒๗๓. มรรคแปดประเสริฐแท้ ทางเลิศ
อริยสัจสี่ประเสริฐ สัจแท้
วิราคะ ไม่เกิด กิเลส เลิศแฮ
ธรรมจักษุน้ันแล้ เลิศด้วย การเห็น ฯ
๒๗๔. มีทางเดียวเท่านั้น ดำเนิน ไปแฮ
ไม่พบทางอื่นเกิน กว่านี้
คือวิสุทธิมรรคเดิน ทางปลอดโปร่งแฮ
มารไม่พบทางลี้ ลับค้น ไป่เห็น ฯ
๒๗๕.เมื่อเดินทางเอกนี้ โดยตลอด
เธอจักพ้นภัยปลอด ทุกข์แท้
เราชี้บอกทางรอด จากทุกข์ ภัยแฮ
หลังจากเราถอดแล้ ปลอดแล้ว ศรศัลย์ ฯ
๒๗๖. ผู้เดินทางต้องพราก เพียรดำ เนินแฮ
พระตถาคตนำ แนะชี้
ผู้เดินย่อมยอมลำ บากบั่น เดินแฮ
จึงจักพ้นทุกข์ลี้ หลุดพ้น บ่วงมาร ฯ
๒๗๗. สังขารไม่เที่ยงแท้ ทั้งปวง
เมื่อบุคคลใดดวง จิตแจ้ง
เขาย่อมหน่ายในทรวง ทราบว่า ทุกข์แฮ
ทางวิสุทธิมรรคแจ้ง ทุกข์รู้ ดำเนิน ฯ
๒๗๘. สังขารเป็นทุกข์แท้ ทั้งปวง
เมื่อบุคคลใดดวง จิตแจ้ง
เขาย่อมหน่ายในทรวง ทราบว่า ทุกข์แฮ
ทางวิสุทธิมรรคแจ้ง ทุกข์รู้ ดำเนิน ฯ
๒๗๙. ตัวตนหาใช่แท้ ทั้งปวง
เมื่อบุคคลใดดวง จิตแจ้ง
เขาย่อมหน่ายในทรวง ทราบว่า ทุกข์แฮ
ทางวิสุทธิมรรคแจ้ง ทุกข์รู้ ดำเนิน ฯ
๒๘๐.ยามเมื่อยังหนุ่มแล้ แข็งแรง
ไม่หมั่นเพียรขันแข็ง เกียจคร้าน
ปล่อยใจตกต่ำแหนง เนือยย่อ ท้อแฮ
ไม่พบทางสว่างด้าน แจ่มด้วย ปัญญา ฯ
๒๘๑.พึงประหยัดยับยั้ง วาจา
พึงประหยัดกายา ชั่วไว้
สำรวมจิตรักษา สามประ การแฮ
จึ่งพบทางสว่างได้ ดั่งเจ้า แสวงหา ฯ
๒๘๒. ปัญญาเจริญรุ่งด้วย ขวนขวาย
ทรามเสื่อมเพราะดูดาย อยู่ไซร้
รู้ทางเสื่อมทางสาย เจริญสุข แล้วแฮ
พึงฝึกหัดตนให้ พบพ้อง ความเจริญ ฯ
๒๘๓. ถางป่าราคะเรื้อ รุงรัง
ภัยเกิดจากป่าบัง ปกไว้
เมื่อถางป่านุงนัง แน่วโล่ง เตียนแฮ
ภัยมิอาจเกิดได้ เหตุด้วย ป่าเตียน ฯ
๒๘๔. ตราบใดบุรุษน้อม กำหนัด
ในอิสตรีมิตัด ขาดได้
จิตย่อมผูกปฎิพัทธ์ ในภพ ชาติแฮ
เหมือนลูกโคเคลียไคล้ อยู่ใกล้ แม่โค ฯ
๒๘๕. จงถอนความเสน่ห์น้อม ในตัว ตนแฮ
ดั่งฉุดรากสายบัว พบสุข สันต์แฮ
คือพระนิพพานแผ้ว พระเจ้า ทรงสอน ฯ
๒๘๖.เราจักอยู่ที่สิ้น ฤดูฝน
เราจักอยู่นี่จน จวบแล้ง
คนโง่คิดเวียนวน อยู่เช่น นี้แฮ
ไม่ล่วงรู้ภัยแกล้ง เกิดขึ้น ยามใด ฯ
๒๘๗. ผู้หลงอยู่ด้วยบุตร บริวาร
ย่อมถูกมือมัจจุมาร ฉุดขร้า
ดั่งคนหลับอยู่ชาน เรือนค่ำ คืนแฮ
ย่อมถูกน้ำหลากกล้า พัดกลิ้ง ตามกระแส ฯ
๒๘๘. อันบุตรมิอาจป้อง กันภัย
พ่อแม่มิอาจไป เกี่ยวข้อง
เมื่อถึงที่บรรลัย มัจจุราช เรียกแฮ
ญาติมิตรมิอาจป้อง ปกไว้ ได้เลย ฯ
๒๘๙.รู้ว่าตายแน่สิ้น สงสัย แล้วแฮ
บัณฑิตควรเร็วไว อย่าช้า
สำรวมรักษาใน ศีลอยู่ เสมอนา
มุ่งมั่นทางข้างหน้า แน่วเข้า นิพพพาน ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น