พระธรรมบทไตรพากย์
มลวคฺค
๒๓๕. ปณฺฑฺปลาโส ว ทานิสิ ยมปฺริสาปิ จ เต อุปฎฺฐิตา
อุยฺโยคมุเข จ ติฎฺฐฺสิ ปาเถยฺยมฺปิ จ เต น วิชฺชติ
บัดนี้ท่านเป็นเหมือนใบไม้เหลือง แม้ยมทูตก็ยืนคอยท่านอยู่แล้ว ท่านยืนอยู่ใกล้ปากของความเสื่อม เสบียงที่ใช้เดินทางของท่านก็ยังไม่มีเลย
Like a withered leaf are you now; Death' s messengers wait for you. You stand on the eve of your departure, and provision for your jouney you have none.
๒๓๖. โส กโรหิ ทีปมตฺตโน ขิปฺปํ วายม ปณฺฑิโต ภว
นิทฺธนฺตมโล อนงฺค โณ ทิพฺพํ อริยภูมิเมหิสิ
ท่านจงทำที่พึ่งให้ตนเถิด จงรีบพยายามเป็นบัณฑิตเสียโดยเร็ว เมื่อท่านกำจัดมลทินได้แล้ว ไม่มีกิเลส จักเข้าถึงภูมิของพระอริยะอันเป็นทิพย์
Make an island or refuge for yourself ; strive hard and be wise. Rid of defilement, cleansed of stain, you shall enter the celestial plane of the Nobles.
๒๓๗.อุปนิตว โย จ ทานิสิ สมฺปยาโตสิ ยมสฺส สนฺติกํ
วาโสนิ จ เต นตฺถิ อนฺตรา ปาเถยฺยมฺปิ จ เต น วิชชติ
บัดนี้ท่านมีวัยใกล้ตายเข้าไปแล้ว ท่านเป็นผู้เตรียมจะไปสู่สำนักของพระยม แม้แต่ที่พักในระหว่างทางของท่านก็ยังไม่มีและเสบียงของท่านก็ยังไม่มีเลย
Your life has come to an end now; you are in the presence of Yama. No halting place is there for you by the way, you have no provision ( for your journey).
๒๓๘. โส กโรหิ ทีปมตฺตโม ขิปฺปํ วายม ปณฺฑิโต ภว
นิทฺธนฺตมโล อนงฺคโณ น ปุน ชาติชรํ อุเปหิสิ
ท่นจงทำที่พึ่งให้ตนเสียเถิด จงรีบพยายามเป็นบัณฑิตเสียโดยเร็ว เมื่อท่านกำจัดมลทินได้แล้ว ไม่มีกิเลส จักไม่เข้าถึงชาติและชราอีก
Make an island or refuge for yourself ; strive hard and be wise. Free from defilement, cleansed of stain , you shall not come again to birth and decay.
๒๓๙. อนุปุพเพน เมธาวี โลกํ โถกํ ขเฌ ขเณ
กมฺมาโร รชตสฺเสว นิทฺธเม มลมตฺตโน
ผู้มีปัญญาทำกุศลทีละน้อยๆ ทุกๆ ขณะตามลำดับจะพึงกำจัดมลทินของตนเสียได้ เหมือนช่างเงินไล่สนิมเงินออกได้ฉะนั้น
By degrees, little by little, from time to time, a wise man should romove his own impurities, as a smith removes the dross of silver.
๒๔๐. อยสา ว มลํ สมุฎฐิตํ ตทุฎฺฐฺาย ตเมว ขาทติ
เอวํ อติโธนจารินํ สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคติ
สนิมเหล็กเกิดจากขี้เหล็ก ย่อมกัดกินเหล็กนั้นนั่นเอง ฉันใด กรรมของตนย่อมนำคนผู้ประพฤติล่วงปัญญาไปสู่ทุคติฉันนั้น
As rust, sprung from iron, eats itself away when aarisen , even so his own deeds lead the transgressor to the states of woe.
๒๔๑. อสชฺฌาจมลา มนฺตา อนฺฎฐานมลา ฆรา
มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ ปมโท รกฺขโต มลํ
มนต์มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน เรือนมีความไม่หมั่นซ่อมแซมเป็นมลทิน ความเกียจคร้านเป็นมลทินของผิวพรรณ ความประมาทเป็นมลทินของผู้รักษา
Lack of repetition is the spoiler of Scriptures. Non- repair is the spoiler of buildings. Sloth is the taint of beauty. Negligence is the taint of a watcher.
๒๔๒. มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ มจฺเฉรํ ททโต มลํ
มลา เว ปาปกา ธมฺมา อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ
ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง ความตระหนี่เป็นมลทินของผู้ให้ ความชั่วเป็นมลทินแท้ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
Misconduct is defilerment in woman. Niggardliness defilement in give. Traints, indeed, are evil things both in this world and in the next.
๒๔๓.ตโต มลา มลตรํ อวิชฺชา ปรมํ มลํ
เอตํ มลํ ปหตฺวาน นิมฺมลา โหถ ภิกฺขโว
เราจะบอกมลทินที่ยิ่งกว่ามลทินน้้นไปอีก คืออวิชชาเป็นมลทินอย่างยิ่ง ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงละมลทินนั้นเสีย แล้วเป็นผู้ไม่มีมลทินเถิด
A greater taint than there, is ignorance, the worst of all taintss. Rid yourselves of this one taint, and be tainless. O monk?
๒๔๔. สุชีวํ อหิรึเกน กากสูเรน ธีสินา
ปกฺขนฺทินา ปคพฺเภน สงฺกิลิฎฺเฐฺน ชีวิตํ
ผู้ไม่ละอาย กล้าเหมือนกา มักกำจัดคุณผู้อื่น ทำงานเอาหน้า คะนอง เศร้าหมอง เป็นอยู่สะดวก
Easy is life for the shameless, who is as impudent as a crow, back- biting, forward , arrogant, and impure of life.
๒๔๕. หิรึนตา จ ทุชฺชีวํ นิจฺจํ สุจิคเวสินา
อลีเนนาปคพฺเภน สุทฺธาชีเวน ปสฺสตา
ส่วนผู้มีความละอายเป็นอยู่ลำบาก แสวงหาความสะอาดเป็นนิตยื ไม่หดหู่ ไม่คะนอง เลี้ยงชีพบริสุทธิ์ มองเห็นหลักธรรม
Hard is the life of a modest one who ever seeks after parity, who is strenuous, humble, cleanly of life, and discerning.
๒๔๖. โย ปาณมติปาเตติ มุสาวาทญฺจ ภาสติ
โลเก อทินฺนํ อาทิตยิ ปรทรรญฺจ คจฺฉติ
ผู้ใดยังสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วงไป กล่าวมุสาวาท ถือเอาของที่เขาไม่ให้ในโลก ผิดภรรยาของผู้อื่น
He who desstroys life, who speaks untruth, who in this world takes what is not given to him, who goes to another man' wife.
๒๔๗. สุราเมรยปานญฺจ โย นโร อนุยุญฺชติ
อิเธเมโส โลกสฺมึ มูลํ ขนตํ อตฺตโน
และประกอบเนืองๆซึ่งการดื่มสุราและเมรัย ผู้นั้นย่อมขุดรากเหง้าของตนในโลกนี้
And he who gives himself to drinking intoxicating liquors, he, even in this world, digs up his own root.
๒๔๘. เอวํ โภ ปุริส ชานาหิ ปาปธมฺมา อสญฺญตา
มา ตํ โลก โภ อธมฺโม จ จิรํ ทุกขาย รนฺธยุํ
แน่ะบุรุษผู้เจริญท่านจงรู้เถิดว่าเขาเหล่าน้ันเป็นผู้มีความชั่ว ไม่สำรวมอย่างนี้ ความโลภและอรรมอย่าได้ระรานท่าน เพื่อความทุกข์ตลอดกาลนาน
Know this, O man. that evil things are uncontrollable. Let not greed and wickedness drag you to protracted misery.
๒๔๙. ททาติ เว ยถาสทฺธํ ยถาปํสาทนํ ชโน
ตตฺถ โย มงฺกุ ภวติ ปเรสํ ปานโภชเน
น โส ทิวา วา รตฺตึ วา สมาธึ อธิคจฺฉติ
บุคคลย่อมให้ตามศรัทธา ตามความเลื่อมใส ผู้ใดเป็นผู้เก้อในน้ำดื่มและโภชนะของผู้อื่น ผู้นั้นย่อมไม่บรรลุถึงสมาธิทั้งในกลางวันหรือทั้งในกลางคืน
People give according to their faith or as they are pleased. If one becomes discontent with the food given (or supplied) by other, one will not attain concentration either by day or by night.
๒๕๐. ยสฺส เจตํ สมุจฺฉินฺนํ มูลฆจฺจํ สมูหตํ
ส เว ทิวา วา รตฺตึ วา สมาธึ อธิคจฺฉติ
แต่ผู้ใดถอนความเป็นผู้เก้อนั้น ตัดให้รากขาดได้ ผู้นั้นย่อมได้สมาธิทั้งในกลางวัน หรือทั้งในกลางคืน
He in whom such behaviour is extirpated, plucked off completely by the roots, whether by day or by night, such a one attains concentration.
๒๕๑. นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ นตฺถิ โทสสโม คโห
นตฺถิ โมหสมํ ชาลํ นตฺถิ ตณิหาสมา นที
ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี ผู้จับเสมอด้วยโทสะไม่มี ตาข่ายเสมอด้วยโมหะไม่มี แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี
There is no fire like lust. There is no grip like anger. There is no net like dulusion. There is no river like craving.
๒๕๒. สุทสฺสํ วชชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ
ปเรสํ หิ โส วชฺชานิ โอปุนาติ ยถา ภุสํ
โทษของคนเหล่าอื่นเห็นได้ง่าย ส่วนของตนเห็นได้ยาก เขาย่อมโปรยโทษของคนอื่น เหมือนคนโปรยแกลบ แต่ปกปิดโทษของตนไว้เหมือนนายพรานปิดบังตนด้วยกิ่งไม้เป็นต้น ฉะน้ัน
Easy to perceive is the fault of other ; one's own, however, is hard to perceive. Like chaff one winnows other's faults; but one's own one conceals as the cheating gambler and unlucky throw.
๒๕๓. ปรวฺชานุปสฺสิสฺส นิจฺจํ อุชฺฌานสญฺญโน
อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ อารา โส อาสาวกฺขยา
อาสวะย่อมเจริญแก่ผู้คอยเพ่งโทษผู้อื่น สำคัญแต่จะติโทษเขาเป็นนิตย์ ผู้นั้นยังห่างไกลจากการสิ้นอาสวะ
He who sees other's faults and is ever irritable, defilement of such a person grow. Far is he from the end of there baneful things.
๒๕๔. อากาเสว ปทํ นตฺถิ สมโณ นตฺถิ พาหิเร
ปปญฺจาภิรตา ปชา นิปฺปปญฺจา ตถาคตา
สมณะภายนอกไม่มี เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ หมู่สัตว์ยินดีในธรรมเป็นเหตุให้เนิ่นช้า พระตถาคตไม่มีธรรมเป็นเหตุให้เนิ่นช้า
There is no track in the air. There is no saint outsidw (this Teaching). The race of men delight in what keeps them behind on their journey. The Buddhas have surmounted these obstales.
๒๕๕. อากาเสว นตฺถิ สมโณ นตฺถิ พาหิเร
สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ นตฺถิ พุทฺธานมิญฺชิตํ
สมณะภายนอกไม่มี สังขารอันเที่ยงไม่มี ความหวั่นไหวของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ
There is no track in the sky. There is no saint outside(this Teaching). There are no conditioned things that are etemal. There is no variableness in the Buddhas.
Like a withered leaf are you now; Death' s messengers wait for you. You stand on the eve of your departure, and provision for your jouney you have none.
๒๓๖. โส กโรหิ ทีปมตฺตโน ขิปฺปํ วายม ปณฺฑิโต ภว
นิทฺธนฺตมโล อนงฺค โณ ทิพฺพํ อริยภูมิเมหิสิ
ท่านจงทำที่พึ่งให้ตนเถิด จงรีบพยายามเป็นบัณฑิตเสียโดยเร็ว เมื่อท่านกำจัดมลทินได้แล้ว ไม่มีกิเลส จักเข้าถึงภูมิของพระอริยะอันเป็นทิพย์
Make an island or refuge for yourself ; strive hard and be wise. Rid of defilement, cleansed of stain, you shall enter the celestial plane of the Nobles.
๒๓๗.อุปนิตว โย จ ทานิสิ สมฺปยาโตสิ ยมสฺส สนฺติกํ
วาโสนิ จ เต นตฺถิ อนฺตรา ปาเถยฺยมฺปิ จ เต น วิชชติ
บัดนี้ท่านมีวัยใกล้ตายเข้าไปแล้ว ท่านเป็นผู้เตรียมจะไปสู่สำนักของพระยม แม้แต่ที่พักในระหว่างทางของท่านก็ยังไม่มีและเสบียงของท่านก็ยังไม่มีเลย
Your life has come to an end now; you are in the presence of Yama. No halting place is there for you by the way, you have no provision ( for your journey).
๒๓๘. โส กโรหิ ทีปมตฺตโม ขิปฺปํ วายม ปณฺฑิโต ภว
นิทฺธนฺตมโล อนงฺคโณ น ปุน ชาติชรํ อุเปหิสิ
ท่นจงทำที่พึ่งให้ตนเสียเถิด จงรีบพยายามเป็นบัณฑิตเสียโดยเร็ว เมื่อท่านกำจัดมลทินได้แล้ว ไม่มีกิเลส จักไม่เข้าถึงชาติและชราอีก
Make an island or refuge for yourself ; strive hard and be wise. Free from defilement, cleansed of stain , you shall not come again to birth and decay.
๒๓๙. อนุปุพเพน เมธาวี โลกํ โถกํ ขเฌ ขเณ
กมฺมาโร รชตสฺเสว นิทฺธเม มลมตฺตโน
ผู้มีปัญญาทำกุศลทีละน้อยๆ ทุกๆ ขณะตามลำดับจะพึงกำจัดมลทินของตนเสียได้ เหมือนช่างเงินไล่สนิมเงินออกได้ฉะนั้น
By degrees, little by little, from time to time, a wise man should romove his own impurities, as a smith removes the dross of silver.
๒๔๐. อยสา ว มลํ สมุฎฐิตํ ตทุฎฺฐฺาย ตเมว ขาทติ
เอวํ อติโธนจารินํ สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคติ
สนิมเหล็กเกิดจากขี้เหล็ก ย่อมกัดกินเหล็กนั้นนั่นเอง ฉันใด กรรมของตนย่อมนำคนผู้ประพฤติล่วงปัญญาไปสู่ทุคติฉันนั้น
As rust, sprung from iron, eats itself away when aarisen , even so his own deeds lead the transgressor to the states of woe.
๒๔๑. อสชฺฌาจมลา มนฺตา อนฺฎฐานมลา ฆรา
มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ ปมโท รกฺขโต มลํ
มนต์มีการไม่ท่องบ่นเป็นมลทิน เรือนมีความไม่หมั่นซ่อมแซมเป็นมลทิน ความเกียจคร้านเป็นมลทินของผิวพรรณ ความประมาทเป็นมลทินของผู้รักษา
Lack of repetition is the spoiler of Scriptures. Non- repair is the spoiler of buildings. Sloth is the taint of beauty. Negligence is the taint of a watcher.
๒๔๒. มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ มจฺเฉรํ ททโต มลํ
มลา เว ปาปกา ธมฺมา อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ
ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง ความตระหนี่เป็นมลทินของผู้ให้ ความชั่วเป็นมลทินแท้ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
Misconduct is defilerment in woman. Niggardliness defilement in give. Traints, indeed, are evil things both in this world and in the next.
๒๔๓.ตโต มลา มลตรํ อวิชฺชา ปรมํ มลํ
เอตํ มลํ ปหตฺวาน นิมฺมลา โหถ ภิกฺขโว
เราจะบอกมลทินที่ยิ่งกว่ามลทินน้้นไปอีก คืออวิชชาเป็นมลทินอย่างยิ่ง ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงละมลทินนั้นเสีย แล้วเป็นผู้ไม่มีมลทินเถิด
A greater taint than there, is ignorance, the worst of all taintss. Rid yourselves of this one taint, and be tainless. O monk?
๒๔๔. สุชีวํ อหิรึเกน กากสูเรน ธีสินา
ปกฺขนฺทินา ปคพฺเภน สงฺกิลิฎฺเฐฺน ชีวิตํ
ผู้ไม่ละอาย กล้าเหมือนกา มักกำจัดคุณผู้อื่น ทำงานเอาหน้า คะนอง เศร้าหมอง เป็นอยู่สะดวก
Easy is life for the shameless, who is as impudent as a crow, back- biting, forward , arrogant, and impure of life.
๒๔๕. หิรึนตา จ ทุชฺชีวํ นิจฺจํ สุจิคเวสินา
อลีเนนาปคพฺเภน สุทฺธาชีเวน ปสฺสตา
ส่วนผู้มีความละอายเป็นอยู่ลำบาก แสวงหาความสะอาดเป็นนิตยื ไม่หดหู่ ไม่คะนอง เลี้ยงชีพบริสุทธิ์ มองเห็นหลักธรรม
Hard is the life of a modest one who ever seeks after parity, who is strenuous, humble, cleanly of life, and discerning.
๒๔๖. โย ปาณมติปาเตติ มุสาวาทญฺจ ภาสติ
โลเก อทินฺนํ อาทิตยิ ปรทรรญฺจ คจฺฉติ
ผู้ใดยังสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วงไป กล่าวมุสาวาท ถือเอาของที่เขาไม่ให้ในโลก ผิดภรรยาของผู้อื่น
He who desstroys life, who speaks untruth, who in this world takes what is not given to him, who goes to another man' wife.
๒๔๗. สุราเมรยปานญฺจ โย นโร อนุยุญฺชติ
อิเธเมโส โลกสฺมึ มูลํ ขนตํ อตฺตโน
และประกอบเนืองๆซึ่งการดื่มสุราและเมรัย ผู้นั้นย่อมขุดรากเหง้าของตนในโลกนี้
And he who gives himself to drinking intoxicating liquors, he, even in this world, digs up his own root.
๒๔๘. เอวํ โภ ปุริส ชานาหิ ปาปธมฺมา อสญฺญตา
มา ตํ โลก โภ อธมฺโม จ จิรํ ทุกขาย รนฺธยุํ
แน่ะบุรุษผู้เจริญท่านจงรู้เถิดว่าเขาเหล่าน้ันเป็นผู้มีความชั่ว ไม่สำรวมอย่างนี้ ความโลภและอรรมอย่าได้ระรานท่าน เพื่อความทุกข์ตลอดกาลนาน
Know this, O man. that evil things are uncontrollable. Let not greed and wickedness drag you to protracted misery.
๒๔๙. ททาติ เว ยถาสทฺธํ ยถาปํสาทนํ ชโน
ตตฺถ โย มงฺกุ ภวติ ปเรสํ ปานโภชเน
น โส ทิวา วา รตฺตึ วา สมาธึ อธิคจฺฉติ
บุคคลย่อมให้ตามศรัทธา ตามความเลื่อมใส ผู้ใดเป็นผู้เก้อในน้ำดื่มและโภชนะของผู้อื่น ผู้นั้นย่อมไม่บรรลุถึงสมาธิทั้งในกลางวันหรือทั้งในกลางคืน
People give according to their faith or as they are pleased. If one becomes discontent with the food given (or supplied) by other, one will not attain concentration either by day or by night.
๒๕๐. ยสฺส เจตํ สมุจฺฉินฺนํ มูลฆจฺจํ สมูหตํ
ส เว ทิวา วา รตฺตึ วา สมาธึ อธิคจฺฉติ
แต่ผู้ใดถอนความเป็นผู้เก้อนั้น ตัดให้รากขาดได้ ผู้นั้นย่อมได้สมาธิทั้งในกลางวัน หรือทั้งในกลางคืน
He in whom such behaviour is extirpated, plucked off completely by the roots, whether by day or by night, such a one attains concentration.
๒๕๑. นตฺถิ ราคสโม อคฺคิ นตฺถิ โทสสโม คโห
นตฺถิ โมหสมํ ชาลํ นตฺถิ ตณิหาสมา นที
ไฟเสมอด้วยราคะไม่มี ผู้จับเสมอด้วยโทสะไม่มี ตาข่ายเสมอด้วยโมหะไม่มี แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี
There is no fire like lust. There is no grip like anger. There is no net like dulusion. There is no river like craving.
๒๕๒. สุทสฺสํ วชชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ
ปเรสํ หิ โส วชฺชานิ โอปุนาติ ยถา ภุสํ
โทษของคนเหล่าอื่นเห็นได้ง่าย ส่วนของตนเห็นได้ยาก เขาย่อมโปรยโทษของคนอื่น เหมือนคนโปรยแกลบ แต่ปกปิดโทษของตนไว้เหมือนนายพรานปิดบังตนด้วยกิ่งไม้เป็นต้น ฉะน้ัน
Easy to perceive is the fault of other ; one's own, however, is hard to perceive. Like chaff one winnows other's faults; but one's own one conceals as the cheating gambler and unlucky throw.
๒๕๓. ปรวฺชานุปสฺสิสฺส นิจฺจํ อุชฺฌานสญฺญโน
อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ อารา โส อาสาวกฺขยา
อาสวะย่อมเจริญแก่ผู้คอยเพ่งโทษผู้อื่น สำคัญแต่จะติโทษเขาเป็นนิตย์ ผู้นั้นยังห่างไกลจากการสิ้นอาสวะ
He who sees other's faults and is ever irritable, defilement of such a person grow. Far is he from the end of there baneful things.
๒๕๔. อากาเสว ปทํ นตฺถิ สมโณ นตฺถิ พาหิเร
ปปญฺจาภิรตา ปชา นิปฺปปญฺจา ตถาคตา
สมณะภายนอกไม่มี เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ หมู่สัตว์ยินดีในธรรมเป็นเหตุให้เนิ่นช้า พระตถาคตไม่มีธรรมเป็นเหตุให้เนิ่นช้า
There is no track in the air. There is no saint outsidw (this Teaching). The race of men delight in what keeps them behind on their journey. The Buddhas have surmounted these obstales.
๒๕๕. อากาเสว นตฺถิ สมโณ นตฺถิ พาหิเร
สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ นตฺถิ พุทฺธานมิญฺชิตํ
สมณะภายนอกไม่มี สังขารอันเที่ยงไม่มี ความหวั่นไหวของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ
There is no track in the sky. There is no saint outside(this Teaching). There are no conditioned things that are etemal. There is no variableness in the Buddhas.
พระธรรมบทคำโคลง
๒๓๕. แก่ดั่งใบพฤกษ์แห้ง สีลาน แล้วแฮ
ยมทูตเฝ้าคอยการ จากไซร้
ยืนคอยอยู่ที่บาน ปากประ ตูแฮ
เธอตระเตรียมเสบียงไว้ สักหน่อย ไป่มี ฯ
๒๓๖. จงจุดแสงสว่างให้ แก่ตัว เธอนา
เร่งรอบรู้อย่ามัว เนิ่นช้า
เมื่อจิตหมดพันพัว กิเลส แล้วแฮ
ย่อมสู่ภูมิทิพจ้า อริยเจ้า แจ่มผล ฯ
๒๓๗. บัดนี้เธอย่างใกล้ ถึงกาล แล้วแฮ
ใกล้ชิดเมืองยมบาล มากไซร้
ที่อยู่ท่ามกลางสถาน ทิพไม่ มีแฮ
ไม่ตระเตรียมเสบียงไว้ สักน้อย หนึ่งเลย ฯ
๒๓๘. จงจุดแสงสว่างให้ แก่ตัว เองเฮย
เร่งรอบรู้อย่ามัว เนิ่นช้า
หมดกิเสลพันพัว ผูกมัด ตนแฮ
ไม่กลับเกิดในหล้า โลกนี้ อีกเลย ฯ
๒๓๙. ผู้รู้ย่อมชะล้าง มลทิน โทษแฮ
ทีละน้อยนิจสิน นั่นแล้ว
ดั่งช่างสุวรรณชิน เชิงช่าง ทองแฮ
เป่าแล่นสนิททองแผ้ว ผ่องด้วย นพคุณ ฯ
๒๔๐.ฝ้าสนิมเกิดที่เนื้อ โลหะ นั้นแล
ย่อมจับเกาะเขรอะขระ กร่ำฝ้า
กรรมชั่วทับถมพะ ผู้ก่อ กรรมแฮ
ผลบาปเผ็ดร้อนกล้า แก่ผู้ สู่อบาย ฯ
๒๔๑.เวทมนตร์ไม่ท่องไว้ ลืมเลือน
บ้านไม่หวั่นกวาดเรือน รกร้าง
ผิวพรรณไม่ขัดเดือน หนึ่งสาปสางแฮ
ประมาทลืมสติมล้าง โทษผู้ รักษา ฯ
๒๔๒. ทำชั่วย่อมแปดเปื้อน แก่สตรี
ตระหนี่เป็นราคี คู่ให้
ทุกอย่างทุกวิธี ทำบาป กรรมแฮ
มีบาปโลกนี้ได้ โลกหน้า เสมอกัน ฯ
๒๔๓. มลทินที่ใหญ่แท้ สำคัญ
คืออวิชชาอัน มึดแท้
ย่อมปกปิดทางสวรรค์ พระนิพ พานแฮ
ปวงภิกษุจงแก้ หลุดพ้น มลทิน ฯ
๒๔๔.ไม่ละอายบาปได้ ความสบาย
ทำเยี่ยงกาตำราย บาปกล้า
ยกตนข่มท่านหมาย ประทุษ ร้ายแฮ
เลี้ยงชีพอย่างหยาบช้า เช่นนี้ เบาสบาย ฯ
๒๔๕. อายบาปลำบากแท้ ทุกภาย
อุตส่าห์ทำกินกาย อ่อนน้อม
กินอยู่เบียดกรอหมาย บริสุทธิ์ สะอาดแฮ
เลี้ยงชีพลำบากพร้อม เพื่อพ้น บาปกรรม ฯ
๒๔๖. ผู้ใดฆ่าสัตว์แล้ ลักของ ท่านแฮ
ผิดลูกเมียท่านปอง รักไซร้
ดวงจิตย่อมหม่นหมอง ดูมืด มนแฮ
ชื่อว่าถอนรากไม้ โค่นล้ม ตนเอง ฯ
๒๔๗. ผู้ใดพูดเท็จด้วย ลวงเขา
ดื่มเครื่องดองของเมา ประมาทไซร้
ดวงจิตย่อมอับเฉา โฉดชั่ว
ชื่อว่าขุดรากไม้ โค่นล้ม ตนเอง ฯ
๒๔๘. บุรุษผู้รู้สิ่ง สมควร
ว่าบาปย่อมยียวน สุดยั้ง
อธรรมย่อมชักชวน ชนชอบ ทำแฮ
ย่อมก่อความทุกข์ตั้ง แต่น้ัน กาลนาน ฯ
๒๔๙. เขาทำทานท่านด้วย ศรัทธา
ใครอื่นคิดฤษยา อยากได้
ในเครื่องดื่มโภชนา แห่งท่าน ก็ดี
ไม่อาจทำใจให้ สงบทั้ง คืนวัน ฯ
๒๕๐. ผู้ใดไป่คิดร้าย ฤษยา
ในสารทิศโลภา อยากได้
ย่อมสงบจิตมีสมา- ธิจิต สุขแฮ
ตลอดทิวาราตรีไร้ ทุกข์ทั้ง คืนวัน ฯ
๒๕๑. ไฟใดไม่เทียบด้วย ไฟรา- คะแฮ
เคราะห์อื่นเทียบโทสา สุดอ้าง
ข่ายใดเทียบโมหา เห็นไม่ มีแฮ
น้ำน่านใดลึกกว้าง กว่าห้วง ตัณหา ฯ
๒๕๒.โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง เกษร บัวเฮย
มักขุดได้ไชชอน หยิบชี้
โทษตนเท่าสิงขร เขินโขด หินแฮ
ปกปิดมิดชิดลี้ ลับไว้ เบื้องหลัง ฯ
๒๕๓. ผู้เพ่งชั่วผิดผู้ อื่นเขา เสมอนา
ย่อมดูดดื่มดึงเอา ชั่วไว้
กิเลสงอกเป็นเงา งามติด ครอบงำ
เขาย่อมอยู่ชิดใกล้ กิเลสเข้า ครอบงำ ฯ
๒๕๔. ไม่มีรอยเท้านก ในนภา กาศเฮย
สมณะนอกศาสนา เปล่าปลี้
สัตว์อื่นย่อมแสวงหา ปัญจัก - ขันธ์แฮ.
แต่พระตถาคตลี้ หลีกพ้น เบญขันธ์ ฯ
๒๕๕. ไม่มีรอยเท้านก ในอา กาศเฮย
สมณะภายนอกหา ไม่แล้
สังขารเที่ยงแท้ปรา กฎไม่ มีแฮ
พระทศพลพ่ายแพ้ กิเลสนั้น ไม่มี ฯ
๒๓๙. ผู้รู้ย่อมชะล้าง มลทิน โทษแฮ
ทีละน้อยนิจสิน นั่นแล้ว
ดั่งช่างสุวรรณชิน เชิงช่าง ทองแฮ
เป่าแล่นสนิททองแผ้ว ผ่องด้วย นพคุณ ฯ
๒๔๐.ฝ้าสนิมเกิดที่เนื้อ โลหะ นั้นแล
ย่อมจับเกาะเขรอะขระ กร่ำฝ้า
กรรมชั่วทับถมพะ ผู้ก่อ กรรมแฮ
ผลบาปเผ็ดร้อนกล้า แก่ผู้ สู่อบาย ฯ
๒๔๑.เวทมนตร์ไม่ท่องไว้ ลืมเลือน
บ้านไม่หวั่นกวาดเรือน รกร้าง
ผิวพรรณไม่ขัดเดือน หนึ่งสาปสางแฮ
ประมาทลืมสติมล้าง โทษผู้ รักษา ฯ
๒๔๒. ทำชั่วย่อมแปดเปื้อน แก่สตรี
ตระหนี่เป็นราคี คู่ให้
ทุกอย่างทุกวิธี ทำบาป กรรมแฮ
มีบาปโลกนี้ได้ โลกหน้า เสมอกัน ฯ
๒๔๓. มลทินที่ใหญ่แท้ สำคัญ
คืออวิชชาอัน มึดแท้
ย่อมปกปิดทางสวรรค์ พระนิพ พานแฮ
ปวงภิกษุจงแก้ หลุดพ้น มลทิน ฯ
๒๔๔.ไม่ละอายบาปได้ ความสบาย
ทำเยี่ยงกาตำราย บาปกล้า
ยกตนข่มท่านหมาย ประทุษ ร้ายแฮ
เลี้ยงชีพอย่างหยาบช้า เช่นนี้ เบาสบาย ฯ
๒๔๕. อายบาปลำบากแท้ ทุกภาย
อุตส่าห์ทำกินกาย อ่อนน้อม
กินอยู่เบียดกรอหมาย บริสุทธิ์ สะอาดแฮ
เลี้ยงชีพลำบากพร้อม เพื่อพ้น บาปกรรม ฯ
๒๔๖. ผู้ใดฆ่าสัตว์แล้ ลักของ ท่านแฮ
ผิดลูกเมียท่านปอง รักไซร้
ดวงจิตย่อมหม่นหมอง ดูมืด มนแฮ
ชื่อว่าถอนรากไม้ โค่นล้ม ตนเอง ฯ
๒๔๗. ผู้ใดพูดเท็จด้วย ลวงเขา
ดื่มเครื่องดองของเมา ประมาทไซร้
ดวงจิตย่อมอับเฉา โฉดชั่ว
ชื่อว่าขุดรากไม้ โค่นล้ม ตนเอง ฯ
๒๔๘. บุรุษผู้รู้สิ่ง สมควร
ว่าบาปย่อมยียวน สุดยั้ง
อธรรมย่อมชักชวน ชนชอบ ทำแฮ
ย่อมก่อความทุกข์ตั้ง แต่น้ัน กาลนาน ฯ
๒๔๙. เขาทำทานท่านด้วย ศรัทธา
ใครอื่นคิดฤษยา อยากได้
ในเครื่องดื่มโภชนา แห่งท่าน ก็ดี
ไม่อาจทำใจให้ สงบทั้ง คืนวัน ฯ
๒๕๐. ผู้ใดไป่คิดร้าย ฤษยา
ในสารทิศโลภา อยากได้
ย่อมสงบจิตมีสมา- ธิจิต สุขแฮ
ตลอดทิวาราตรีไร้ ทุกข์ทั้ง คืนวัน ฯ
๒๕๑. ไฟใดไม่เทียบด้วย ไฟรา- คะแฮ
เคราะห์อื่นเทียบโทสา สุดอ้าง
ข่ายใดเทียบโมหา เห็นไม่ มีแฮ
น้ำน่านใดลึกกว้าง กว่าห้วง ตัณหา ฯ
๒๕๒.โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง เกษร บัวเฮย
มักขุดได้ไชชอน หยิบชี้
โทษตนเท่าสิงขร เขินโขด หินแฮ
ปกปิดมิดชิดลี้ ลับไว้ เบื้องหลัง ฯ
๒๕๓. ผู้เพ่งชั่วผิดผู้ อื่นเขา เสมอนา
ย่อมดูดดื่มดึงเอา ชั่วไว้
กิเลสงอกเป็นเงา งามติด ครอบงำ
เขาย่อมอยู่ชิดใกล้ กิเลสเข้า ครอบงำ ฯ
๒๕๔. ไม่มีรอยเท้านก ในนภา กาศเฮย
สมณะนอกศาสนา เปล่าปลี้
สัตว์อื่นย่อมแสวงหา ปัญจัก - ขันธ์แฮ.
แต่พระตถาคตลี้ หลีกพ้น เบญขันธ์ ฯ
๒๕๕. ไม่มีรอยเท้านก ในอา กาศเฮย
สมณะภายนอกหา ไม่แล้
สังขารเที่ยงแท้ปรา กฎไม่ มีแฮ
พระทศพลพ่ายแพ้ กิเลสนั้น ไม่มี ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น