พระธรรมบทไตรพากย์
๓๓๔.มนฺชสฺส ปมตฺตจาริโน ตณฺหา วฑฺฒติ มาลุวา วิย
โส ปฺลวตึ หุราหุรํ ผลมิจฺฉํ วนฺสฺมี วานโร
ตัณหาของคนผู้มักประพฤติประมาทอยู่เสมอ ย่อมเจริญเหมือนกับเครือเถาย่านทราย เขาย่อมร่อนเร่ไปสู่ภพน้อยใหญ่เหมือนลิง ต้องการผลไม้ร่อนเร่ไปในป่า ฉนั้น
The craving of man addicted to careless living grows like a Maluve creeper. He leaps from existence to existence, like a monkey in the forest looking for fruit.
๓๓๕ ยํ เอสา สหตี ชมฺมี ตณฺหา โลเก วิสตฺติกา
โสกา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ อภิวฎฺฐํ วีรณํ
ตัณหานั้นต่ำทราม ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ ครอบงำผู้ใดในโลก ความโศกของผู้นั้นย่อมเจริญเหมือนหญ้าคมบาง(หญ้าหอม) ที่ถูกฝนตกรด ฉนั้น
Whosoever in this world is overcome by this wretched clinging thisrst, his sorrows florish like-Birapa gress( fragrant) after rain.
๓๓๖.โย เจตํ สหติ ชมฺมึ ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ
โสกา ตณฺหา ปปตนฺติ อุทพินฺทู ว โปกฺขรา
ส่วนผู้ใดครอบงำตัณหาอันเลวทราม ซึ่งละได้ยากในโลกนั้นเสียได้ ความโศกก็ย่อมตกไปจากผู้อื่น เหมือนหยาดน้ำตกไปจากดอกบัว
But whosever overcomes this wretched craving so diffcult to overcome,- his sorrows fall from him like watter drops from a lotus.
๓๓๗.ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา
ตณฺหาย มูลํ ขณถ อุสีรตฺโถ ว วีรณํ
มา โว นฬํ ว โสโต ว มาโร ภญฺชิ ปุนปฺปุนํ
เพราะเหตุนั้น เราขอบอกกะเธอทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่เธอทั้งหลาย ผู้มาประชุมในที่นี้ เธอทั้งหลายจงขุดรากแห่งตัณหาเสีย เหมือนคนต้องการแฝกถอนหญ้าคมบาง (หญ้าหอม) ออกเสีย ฉน้ัน ขอมารอย่าได้ระรานเธอทั้งหลายบ่อยๆเหมือนกระแสน้ำระรานไม้อ้อ ฉนั้น
This I say unto you; good luck to you all who have assembled here1 dig up the root of craving like the digger of birana for its root called usira.
๓๓๘.ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห ฉินฺโนปิ รุกฺฺโข ปุนเรว รูหติ
เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต นิพฺพตฺตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ
เมื่อรากไม่เป็นอันตรายยังมั่นคงอยู่ ต้นไม้ที่เขาตัดแล้วก็ย่อมงอกขึ้นอีกได้ แม้ฉันใด เมื่อตัณหานุสัย ยังไม่ถูกกำจัด ทุกข์นี้ย่อมเกิดร่ำไปแม้ฉน้ัน
As a tree cut down aprouts forsth again if its roots remain uninjured and strong, so the propensity to craving not being done away,this suffering springs up again and again.
๓๓๙. ยสฺส ฉตฺตึสตีโสตา มนาปสฺสวนา ภุสา
วาหา วหนฺติ ทุททิฎฺฐึ สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา
ผู้มีตัณหาอันกระแส ๓๖ สาย ไหลไปในอารมณ์อันน่าใคร่รุนแรง ความดำริอันใหญ่อาศัยราคะ ย่อมนำผู้มีความเห็นผิดไป
In whom the thirty-six steams of craving that flow to wards pleasurable objects are strong, that misguided man is bone away by flood, his thoughts oentred on passion.
๓๔๐. สวนฺติ สพฺพธิ โสตา ลตา อุพฺพิชฺช ติฎฐติ
ตญฺจ ทิสฺวา ลตํ ชาตํ มูลํ ปญฺญาย ฉินฺทถ
กระแสตัณหาทั้งหลาย ย่อมไหลไปในอารมณ์ทั้งปวง เป็นเหมือนเถาวัลย์เกิดขึ้นตั้งอยู่ เธอทั้งหลายเห็นเถาวัลย์อันเกิดแล้วนั้น จงใช้ปัญญาตัดโคนเสีย
Every where flow these streams, and the creeper( for craving)
springs up and lays hold. Seeing that creeper spung up, cut off its root with (the knife of) wisdom.
๓๔๑. สริตานิ สิเนหิตานิ จ โสมนสฺสานิ ภวนฺติ ชนฺตุโน
เต สาตสิตา สุเขสิโน เต เว ชาติชรูปคา นรา
บุคคลมีโสมนัสอันซ่านไป มียางเหนียว ผู้เป็นไปในอำนาจของตัณหา บุคคลเหล่าน้ันติดอยู่ในความดี แสวงหาความสุข เป็นผู้เข้าถึงความเกิดและความแก่
To beings there arise pleasures that rush everywhere and are moistened(with craving). There men bent on plessure seeking after enjoyment, fall prey to birth and decay.
๓๔๒. ตสิฌาย ปุรกฺขยา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโส ว พาธิโต
สญฺโญชนสงฺคฺตา ทุกฺขมุเปนฺติ ปุนปฺปนํ จิราย
หมู่สัตว์ ถูกตัณหาผู้ทำความหวาดสะดุ้งแวดล้อมไว้ย่อมดิ้นรนเหมือนกระต่ายที่เขาผูกไว้ ผู้ข้องอยู่ด้วยเครื่องข้องคือสังโยชน์ ย่อมเข้าถึงความทุกข์ร่ำไป โดยกาลนาน
Beset by lust, the mass of men run this way and that like the entangled hare. Held fast by fetters, again and again for long they come to suffering.
๓๔๓. ตสึฌาย ปุรกฺขตา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโส ว พาธิโต
ตสฺมา ตสินํ วิโนทเย ภิกฺขุ อากงฺขี วิราคมตฺตโน
หมู่สุัตว์ ถูกตัณหาผู้ทำความหวาดสะุด้งแวดล้อมไว้ย่อมดิ้นรน เหมือนกระด่ายที่เขาผูกไว้ เพราะฉนั้น ภิกษุหวังความไม่มีราคะแก่ตน ก็พึงบรรเทาตัณหาผู้ทำความหวาดสะดุ้งเสีย
Best of lust, the mass of men run this way and that like on entangled hare. Therefore a monk, who wishes his own passionlessness, should discard craving.
๓๔๔.โย นิพฺพนโถ วนาธิมุตฺโต วนมุตฺโต วนเมว ธาวติ
ตํ ปุคฺคลเมว ปสฺสถ มุตฺโต พนฺธนเมว ธาวติ
ผู้ใดไม่มีป่า (ตุัณหา) น้อมไปในป่า(แห่งตบะ) พ้นจากป่าแล้วยังวิ่งเข้าไปสู่ป่านั่นอีก ท่านทั้งหลายจงดูบุคคลนั้นเถิดเขาพ้นแล้วยังวิ่งเข้าไปสู่เครื่องจองจำนั่นอีก
Whosever delivered from the jungle of craving(i.e.life of a recluse), and thus delivered from the jungle, runs back to that very jungle(i.e. the life of a recluse) , and thus delivered from the jungle ,runs back to that very jungle(i.e. homelife), - behold that very man Freed he runs back to that very bondage.
๓๔๕.น ตํ พนฺธนมาหุ ธีรา ยทายสํ ทารุชปพฺพชญฺจ
สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา
นักปราชญ์ หาได้กล่าวถึงเครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็กไม้และเชือก ว่ามั่นคงไม่แต่กล่าวถึงเครื่องจองจำนี้ คือ ราคะของผู้กำหนัด ยินดีในแก้วมณีและต่างหูและความอาลัยในบุตรและภรรยา
Wise people do not say that fether is strong which is made of iron, wood or fibre, but the attachment to earings made of precious stones, to sons, and wives is passionately impassioned.
๓๔๖.เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา โอหารินํ สิถิลํ ทุปฺปมุญฺจํ
เอตํปิ เฉตฺวาน ปริพฺพชนฺติ อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหาย
ท่านกล่าวว่ามั่นคง มักฉุดลง หลวม แต่เปลื้องได้ยาก นักปราชญ์ตัดเครื่องจองจำน้ันได้แล้ว ละความสุขในกาม ไม่มีความอาลัยย่อมเว้นได้ทั่วไป
Wise people call strong this fetter which drage down, yields, and is difficult to unfasten. After having cut this people remounce the world, free from longings and forsaking the pleasures of sense.
๓๔๗. เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ สยํ กตํ มกฺุกฎฺโกว ชาลํ
เกตมฺปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา อนเปกฺขิโน สพฺพทุกฺขํ ปหาย
ชนเหล่าใด ถูกราคะยั่วย้อมแล้ว ชนเหล่านั้นย่อมตกไปสู่กระแส(ตัณหา) เหมือนแมลงมุม ตกไปสู่ใยที่ตนขึงไว้เอง นักปราชญ์ตัดเครื่องผูกนั้นแล้ว ไม่มีความอาลัย ย่อมละความทุกข์ทั้งปวงไป
They who are infatuated with lust fall back into the stream(of Sansara) as a spider on the self-spun web. This too the wise cut off and pass on, looking not back, leaving all sorrow behind.
๓๔๘. มุญจ ปุเร บุญเจ ปจฺฉโต มชฺเฌ มุญฺเจ ภวสฺส ปารคู
สพฺพตฺถ วิมุตฺตมานโส น ปุน ชาติชรํ อุเปหิสิ
เธอจงละอาลัยข้างหน้า ละอาลัยข้างหลัง ละอาลัยท่ามกลาง เธอถึงฝั่งแห่งภพ มีใจหลุดพ้นในธรรมทั้งปวงแล้ว จักไม่เข้าถึงชาติและชราอีก
Be Free from the past, be free the future, be free from the present. Crossing to the father shore of existence, with mind released evrywhere, no more shalt thou come to birth and decay.
๓๔๙.วิตกฺกมถิตสฺส ชนฺตุโน ติพฺพราคสฺส สุภานุปสฺสิโน
ภิยฺโย ตณฺหา ปวฑฺฒติ เอส โข ทฬฺหํ กโรหิ พนฺธนํ
ตัณหาย่อมเจริญยิ่งขึ้น แก่บุคคลผู้ถูกวิตกย่่ำยี มีราคะจัดมักเห็นตามอารมณ์ว่างาม ผู้นั้นแหละย่อมทำเครื่องจองจำให้มั่นคงยิ่งขึ้น
For the person who is of restless mind, of srong passions, who sees but the pleasurable- craving stendily grows. He makes the bond strong.
๓๕๐.วิตกกุกูปสเม จ โย รโต อสฺภํ ภาวยติ สทา สโต
เอส โข วุยนฺติกาหิติ เอสจฺเฉจฺฉติ มารพนฺธนํ
ส่วนผู้ใดยินดีในอันระงับวิตกก เจริญอสุภกรรมฐานมีสติทุกเมื่อ ผู้น้ันแหละจักทำตัณหาให้สิ้นไป ผู้น้ันจักตัดเครื่องจองจำของมารได้
He who delights ind subduing thougts, who meditates on impurites, and is ever mindful,- it is he who will make an end of craving; he will cut Mare'bond.
๓๕๑.นิฎฐิ คโต อสนฺตาสี วีตตฺณฺโห อนางฺคโณ
อุจฺฉืนฺทิ ภวสลฺลานิ อนฺติโมยํ สมุสฺสโย
ผู้ถึงความสำเร็จไม่สะดุ้งกลัว ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสอันยวนใจ ตัดลูกศรอันนำไปสู่ภพได้ กายของเขานี้มีเป็นครั้งสุดท้าย
He who has reached the goal, is fearless, devoid of craving, passionless, has broken the shafts of existence,- of such a one this is the final from.
๓๕๒. วึตตณฺโห อนฺาทาโน นิรุตฺติปทาโกวิโท
อกฺขรานํ สนฺนิปาตํ ชญฺญา ปุพฺพาปรานิ จ
เขาปราศจากตัณหา ไม่มีความยึดถือ ฉลาดในทางภาษา รู้หมวดหมู่แห่งอักขระ รู้อักขระเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้นั้นแหละ มีสรีระเป็นครั้งสุดท้าย เราเรียกว่าเป็นผู้มีปัญญามากเป็นมหาบุรุษ
Done with craving free from grasping, skilled in the etymolgy of teams( of the Thaching) knowing the arrangement of words in due order, it is he who is called the becarer of the final body, one of profound wisdom, a great man.
๓๕๓.สพฺพาภิภู สพฺพาวิทูหมสฺมิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต
สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํ
เราเป็นใหญ่ในธรรมทั้งปวงรู้ธรรมทุกอย่าง ไม่ติดใจธรรมทั้งมวล ละธรรมทั้งสิ้นได้หลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้นตัณหารู้ยิ่งด้วยตนเองแล้ว จะพึงอ้างใครเล่าว่าเป็นศาสดา ?
All-conquering, all-knowing am I ; in all things unpolluted, rid of all, freed through the destruction of craving, having comprehended all by myself, whom should I names ( as my teacher)?
๓๕๔. สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินวติ
สพฺพรตึ ธมฺมรตี ชินาติ ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ
ธรรมทานชนะทานทั้งปวง รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง ความยินดีในธรรมชนะความยินดีทั้งปวง ความสิ้นตัณหาชนะทุกข์ท้้งปวง
The gift of Truth excells all gifts. The flavour of Truth excells all flavous. The delight in Truth excells all delights, victory over all suffering is the ending of craving.
๓๕๕.หนนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ โน จ ปารคเวสิโน
โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ
โภคะย่อมฆ่าคนปัญญาทราม แต่ไม่ฆ่าผู้แสวงหาฝั่ง คนปัญญาทรามย่อมฆ่าคนเหมือนฆ่าคนอื่น เพราะความทะยานอยากในโภคะ
Riches ruin the fool, but not those quest of the by yond. Out of his craving for riches, the wttless man ruins himself as(if he were ruining) others.
๓๕๖. ติณโทสานิ เขตฺตานิ ราค โทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วิตราเคสุ ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ
นาทั้งหลายมีหญ็าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีราคะเป็นโทษ เพราะฉนั้นทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากราคะ จึงมีผลมาก
Weeds are the blight of fields; lust is the blemish of markind. Honce what is given to the lustless yields abundant fruit.
๓๕๗.ติณโทสานิ เขตฺตานิ ราคโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วิตโทเสสุ ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ
นาท้ังหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีโทสะเป็นโทษ เพราะฉนั้น ทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากโทสะ จึงมีผลมาก
Weeds are the blight of fields; hatred is the blemish of this world of men. Hence what is given to those freed from hatred yields abundant fruit.
๓๕๘. ติณโทสาน เขตฺตานิ โมหโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วีตโมเหสุ ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ
นาทั้งหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีโมหะเป็นโทษ เพราะฉนั้น ทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากโมหะ จึงมีผลมาก
Weeds are the blight of fields; delusion is the blemish of this world of man. Hence what is given to those freed from delusion yields much fruit.
๓๕๙.ติณโทสานิ เขตฺตานิ อิจฺฉาโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วึคติจฺเฉสุ ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ
นาท้ังหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้ มีความปรารถนาเป็นโทษ เพราะฉน้ันทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากความปรารถนาจึงมีผลมาก
Weeds are the blight of field; self-seeking is the blenish of this world of men. Hence what is given to those freed from self-seeking, yields much fruit.
โสกา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ อภิวฎฺฐํ วีรณํ
ตัณหานั้นต่ำทราม ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ ครอบงำผู้ใดในโลก ความโศกของผู้นั้นย่อมเจริญเหมือนหญ้าคมบาง(หญ้าหอม) ที่ถูกฝนตกรด ฉนั้น
Whosoever in this world is overcome by this wretched clinging thisrst, his sorrows florish like-Birapa gress( fragrant) after rain.
๓๓๖.โย เจตํ สหติ ชมฺมึ ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ
โสกา ตณฺหา ปปตนฺติ อุทพินฺทู ว โปกฺขรา
ส่วนผู้ใดครอบงำตัณหาอันเลวทราม ซึ่งละได้ยากในโลกนั้นเสียได้ ความโศกก็ย่อมตกไปจากผู้อื่น เหมือนหยาดน้ำตกไปจากดอกบัว
But whosever overcomes this wretched craving so diffcult to overcome,- his sorrows fall from him like watter drops from a lotus.
๓๓๗.ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา
ตณฺหาย มูลํ ขณถ อุสีรตฺโถ ว วีรณํ
มา โว นฬํ ว โสโต ว มาโร ภญฺชิ ปุนปฺปุนํ
เพราะเหตุนั้น เราขอบอกกะเธอทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่เธอทั้งหลาย ผู้มาประชุมในที่นี้ เธอทั้งหลายจงขุดรากแห่งตัณหาเสีย เหมือนคนต้องการแฝกถอนหญ้าคมบาง (หญ้าหอม) ออกเสีย ฉน้ัน ขอมารอย่าได้ระรานเธอทั้งหลายบ่อยๆเหมือนกระแสน้ำระรานไม้อ้อ ฉนั้น
This I say unto you; good luck to you all who have assembled here1 dig up the root of craving like the digger of birana for its root called usira.
๓๓๘.ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห ฉินฺโนปิ รุกฺฺโข ปุนเรว รูหติ
เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต นิพฺพตฺตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ
เมื่อรากไม่เป็นอันตรายยังมั่นคงอยู่ ต้นไม้ที่เขาตัดแล้วก็ย่อมงอกขึ้นอีกได้ แม้ฉันใด เมื่อตัณหานุสัย ยังไม่ถูกกำจัด ทุกข์นี้ย่อมเกิดร่ำไปแม้ฉน้ัน
As a tree cut down aprouts forsth again if its roots remain uninjured and strong, so the propensity to craving not being done away,this suffering springs up again and again.
๓๓๙. ยสฺส ฉตฺตึสตีโสตา มนาปสฺสวนา ภุสา
วาหา วหนฺติ ทุททิฎฺฐึ สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา
ผู้มีตัณหาอันกระแส ๓๖ สาย ไหลไปในอารมณ์อันน่าใคร่รุนแรง ความดำริอันใหญ่อาศัยราคะ ย่อมนำผู้มีความเห็นผิดไป
In whom the thirty-six steams of craving that flow to wards pleasurable objects are strong, that misguided man is bone away by flood, his thoughts oentred on passion.
๓๔๐. สวนฺติ สพฺพธิ โสตา ลตา อุพฺพิชฺช ติฎฐติ
ตญฺจ ทิสฺวา ลตํ ชาตํ มูลํ ปญฺญาย ฉินฺทถ
กระแสตัณหาทั้งหลาย ย่อมไหลไปในอารมณ์ทั้งปวง เป็นเหมือนเถาวัลย์เกิดขึ้นตั้งอยู่ เธอทั้งหลายเห็นเถาวัลย์อันเกิดแล้วนั้น จงใช้ปัญญาตัดโคนเสีย
Every where flow these streams, and the creeper( for craving)
springs up and lays hold. Seeing that creeper spung up, cut off its root with (the knife of) wisdom.
๓๔๑. สริตานิ สิเนหิตานิ จ โสมนสฺสานิ ภวนฺติ ชนฺตุโน
เต สาตสิตา สุเขสิโน เต เว ชาติชรูปคา นรา
บุคคลมีโสมนัสอันซ่านไป มียางเหนียว ผู้เป็นไปในอำนาจของตัณหา บุคคลเหล่าน้ันติดอยู่ในความดี แสวงหาความสุข เป็นผู้เข้าถึงความเกิดและความแก่
To beings there arise pleasures that rush everywhere and are moistened(with craving). There men bent on plessure seeking after enjoyment, fall prey to birth and decay.
๓๔๒. ตสิฌาย ปุรกฺขยา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโส ว พาธิโต
สญฺโญชนสงฺคฺตา ทุกฺขมุเปนฺติ ปุนปฺปนํ จิราย
หมู่สัตว์ ถูกตัณหาผู้ทำความหวาดสะดุ้งแวดล้อมไว้ย่อมดิ้นรนเหมือนกระต่ายที่เขาผูกไว้ ผู้ข้องอยู่ด้วยเครื่องข้องคือสังโยชน์ ย่อมเข้าถึงความทุกข์ร่ำไป โดยกาลนาน
Beset by lust, the mass of men run this way and that like the entangled hare. Held fast by fetters, again and again for long they come to suffering.
๓๔๓. ตสึฌาย ปุรกฺขตา ปชา ปริสปฺปนฺติ สโส ว พาธิโต
ตสฺมา ตสินํ วิโนทเย ภิกฺขุ อากงฺขี วิราคมตฺตโน
หมู่สุัตว์ ถูกตัณหาผู้ทำความหวาดสะุด้งแวดล้อมไว้ย่อมดิ้นรน เหมือนกระด่ายที่เขาผูกไว้ เพราะฉนั้น ภิกษุหวังความไม่มีราคะแก่ตน ก็พึงบรรเทาตัณหาผู้ทำความหวาดสะดุ้งเสีย
Best of lust, the mass of men run this way and that like on entangled hare. Therefore a monk, who wishes his own passionlessness, should discard craving.
๓๔๔.โย นิพฺพนโถ วนาธิมุตฺโต วนมุตฺโต วนเมว ธาวติ
ตํ ปุคฺคลเมว ปสฺสถ มุตฺโต พนฺธนเมว ธาวติ
ผู้ใดไม่มีป่า (ตุัณหา) น้อมไปในป่า(แห่งตบะ) พ้นจากป่าแล้วยังวิ่งเข้าไปสู่ป่านั่นอีก ท่านทั้งหลายจงดูบุคคลนั้นเถิดเขาพ้นแล้วยังวิ่งเข้าไปสู่เครื่องจองจำนั่นอีก
Whosever delivered from the jungle of craving(i.e.life of a recluse), and thus delivered from the jungle, runs back to that very jungle(i.e. the life of a recluse) , and thus delivered from the jungle ,runs back to that very jungle(i.e. homelife), - behold that very man Freed he runs back to that very bondage.
๓๔๕.น ตํ พนฺธนมาหุ ธีรา ยทายสํ ทารุชปพฺพชญฺจ
สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา
นักปราชญ์ หาได้กล่าวถึงเครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็กไม้และเชือก ว่ามั่นคงไม่แต่กล่าวถึงเครื่องจองจำนี้ คือ ราคะของผู้กำหนัด ยินดีในแก้วมณีและต่างหูและความอาลัยในบุตรและภรรยา
Wise people do not say that fether is strong which is made of iron, wood or fibre, but the attachment to earings made of precious stones, to sons, and wives is passionately impassioned.
๓๔๖.เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา โอหารินํ สิถิลํ ทุปฺปมุญฺจํ
เอตํปิ เฉตฺวาน ปริพฺพชนฺติ อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหาย
ท่านกล่าวว่ามั่นคง มักฉุดลง หลวม แต่เปลื้องได้ยาก นักปราชญ์ตัดเครื่องจองจำน้ันได้แล้ว ละความสุขในกาม ไม่มีความอาลัยย่อมเว้นได้ทั่วไป
Wise people call strong this fetter which drage down, yields, and is difficult to unfasten. After having cut this people remounce the world, free from longings and forsaking the pleasures of sense.
๓๔๗. เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ สยํ กตํ มกฺุกฎฺโกว ชาลํ
เกตมฺปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา อนเปกฺขิโน สพฺพทุกฺขํ ปหาย
ชนเหล่าใด ถูกราคะยั่วย้อมแล้ว ชนเหล่านั้นย่อมตกไปสู่กระแส(ตัณหา) เหมือนแมลงมุม ตกไปสู่ใยที่ตนขึงไว้เอง นักปราชญ์ตัดเครื่องผูกนั้นแล้ว ไม่มีความอาลัย ย่อมละความทุกข์ทั้งปวงไป
They who are infatuated with lust fall back into the stream(of Sansara) as a spider on the self-spun web. This too the wise cut off and pass on, looking not back, leaving all sorrow behind.
๓๔๘. มุญจ ปุเร บุญเจ ปจฺฉโต มชฺเฌ มุญฺเจ ภวสฺส ปารคู
สพฺพตฺถ วิมุตฺตมานโส น ปุน ชาติชรํ อุเปหิสิ
เธอจงละอาลัยข้างหน้า ละอาลัยข้างหลัง ละอาลัยท่ามกลาง เธอถึงฝั่งแห่งภพ มีใจหลุดพ้นในธรรมทั้งปวงแล้ว จักไม่เข้าถึงชาติและชราอีก
Be Free from the past, be free the future, be free from the present. Crossing to the father shore of existence, with mind released evrywhere, no more shalt thou come to birth and decay.
๓๔๙.วิตกฺกมถิตสฺส ชนฺตุโน ติพฺพราคสฺส สุภานุปสฺสิโน
ภิยฺโย ตณฺหา ปวฑฺฒติ เอส โข ทฬฺหํ กโรหิ พนฺธนํ
ตัณหาย่อมเจริญยิ่งขึ้น แก่บุคคลผู้ถูกวิตกย่่ำยี มีราคะจัดมักเห็นตามอารมณ์ว่างาม ผู้นั้นแหละย่อมทำเครื่องจองจำให้มั่นคงยิ่งขึ้น
For the person who is of restless mind, of srong passions, who sees but the pleasurable- craving stendily grows. He makes the bond strong.
๓๕๐.วิตกกุกูปสเม จ โย รโต อสฺภํ ภาวยติ สทา สโต
เอส โข วุยนฺติกาหิติ เอสจฺเฉจฺฉติ มารพนฺธนํ
ส่วนผู้ใดยินดีในอันระงับวิตกก เจริญอสุภกรรมฐานมีสติทุกเมื่อ ผู้น้ันแหละจักทำตัณหาให้สิ้นไป ผู้น้ันจักตัดเครื่องจองจำของมารได้
He who delights ind subduing thougts, who meditates on impurites, and is ever mindful,- it is he who will make an end of craving; he will cut Mare'bond.
๓๕๑.นิฎฐิ คโต อสนฺตาสี วีตตฺณฺโห อนางฺคโณ
อุจฺฉืนฺทิ ภวสลฺลานิ อนฺติโมยํ สมุสฺสโย
ผู้ถึงความสำเร็จไม่สะดุ้งกลัว ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสอันยวนใจ ตัดลูกศรอันนำไปสู่ภพได้ กายของเขานี้มีเป็นครั้งสุดท้าย
He who has reached the goal, is fearless, devoid of craving, passionless, has broken the shafts of existence,- of such a one this is the final from.
๓๕๒. วึตตณฺโห อนฺาทาโน นิรุตฺติปทาโกวิโท
อกฺขรานํ สนฺนิปาตํ ชญฺญา ปุพฺพาปรานิ จ
เขาปราศจากตัณหา ไม่มีความยึดถือ ฉลาดในทางภาษา รู้หมวดหมู่แห่งอักขระ รู้อักขระเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้นั้นแหละ มีสรีระเป็นครั้งสุดท้าย เราเรียกว่าเป็นผู้มีปัญญามากเป็นมหาบุรุษ
Done with craving free from grasping, skilled in the etymolgy of teams( of the Thaching) knowing the arrangement of words in due order, it is he who is called the becarer of the final body, one of profound wisdom, a great man.
๓๕๓.สพฺพาภิภู สพฺพาวิทูหมสฺมิ สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต
สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํ
เราเป็นใหญ่ในธรรมทั้งปวงรู้ธรรมทุกอย่าง ไม่ติดใจธรรมทั้งมวล ละธรรมทั้งสิ้นได้หลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้นตัณหารู้ยิ่งด้วยตนเองแล้ว จะพึงอ้างใครเล่าว่าเป็นศาสดา ?
All-conquering, all-knowing am I ; in all things unpolluted, rid of all, freed through the destruction of craving, having comprehended all by myself, whom should I names ( as my teacher)?
๓๕๔. สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินวติ
สพฺพรตึ ธมฺมรตี ชินาติ ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ
ธรรมทานชนะทานทั้งปวง รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง ความยินดีในธรรมชนะความยินดีทั้งปวง ความสิ้นตัณหาชนะทุกข์ท้้งปวง
The gift of Truth excells all gifts. The flavour of Truth excells all flavous. The delight in Truth excells all delights, victory over all suffering is the ending of craving.
๓๕๕.หนนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ โน จ ปารคเวสิโน
โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ
โภคะย่อมฆ่าคนปัญญาทราม แต่ไม่ฆ่าผู้แสวงหาฝั่ง คนปัญญาทรามย่อมฆ่าคนเหมือนฆ่าคนอื่น เพราะความทะยานอยากในโภคะ
Riches ruin the fool, but not those quest of the by yond. Out of his craving for riches, the wttless man ruins himself as(if he were ruining) others.
๓๕๖. ติณโทสานิ เขตฺตานิ ราค โทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วิตราเคสุ ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ
นาทั้งหลายมีหญ็าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีราคะเป็นโทษ เพราะฉนั้นทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากราคะ จึงมีผลมาก
Weeds are the blight of fields; lust is the blemish of markind. Honce what is given to the lustless yields abundant fruit.
๓๕๗.ติณโทสานิ เขตฺตานิ ราคโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วิตโทเสสุ ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ
นาท้ังหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีโทสะเป็นโทษ เพราะฉนั้น ทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากโทสะ จึงมีผลมาก
Weeds are the blight of fields; hatred is the blemish of this world of men. Hence what is given to those freed from hatred yields abundant fruit.
๓๕๘. ติณโทสาน เขตฺตานิ โมหโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วีตโมเหสุ ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ
นาทั้งหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีโมหะเป็นโทษ เพราะฉนั้น ทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากโมหะ จึงมีผลมาก
Weeds are the blight of fields; delusion is the blemish of this world of man. Hence what is given to those freed from delusion yields much fruit.
๓๕๙.ติณโทสานิ เขตฺตานิ อิจฺฉาโทสา อยํ ปชา
ตสฺมา หิ วึคติจฺเฉสุ ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ
นาท้ังหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้ มีความปรารถนาเป็นโทษ เพราะฉน้ันทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากความปรารถนาจึงมีผลมาก
Weeds are the blight of field; self-seeking is the blenish of this world of men. Hence what is given to those freed from self-seeking, yields much fruit.
พระธรรมบทคำโคลง
๓๓๔.ชีพผู้ประมาทแม้น เหมือนกัน
ความอยากดั่งเถาวัลย์ ผูกไว้
เขาย่อมละโลกพลัน สู่ภพ อื่นแฮ
ดุจดั่งลิงไต่ไม้ เหนี่ยวไม้ ไป่มา ฯ
๓๓๕. ตัณหาเหิมพิษร้าย แรงนัก
เข้าครอบงำใครมัก ติดข้อง
ความโศกร่ำไรจัก ทวีมาก
ประดุจน้ำฝนต้อง หย่อมหญ้า งอกงาม ฯ
๓๓๖.ผู้ใดเอาชนะห้าม ตัณหา ได้แฮ
ซึ่งบุคคลแพ้มา มากแล้ว
ความโศกย่อมลดรา จากจิต
ประดุจใบบัวแผ้ว ผากน้ำ เปียกปอน ฯ
๓๓๗. เราขอเตือนเพื่อนพ้อง พรหมจา-รีเฮย
จงขุดรากตัณหา หมดเหง้า
อย่ารอหมู่มารมา โยกสั่น คลอนแฮ
ดุจดั่งต้นอ้อเคล้า คลื่นน้ำ พัดโคน ฯ
๓๓๘. แม้จังมีรากเหง้า อยู่ตาม ดินแฮ
ตอแห่งต้นไม้งาม งอกไม้
ตัณหาไม่ขาดความ หยานอยาก มีแฮ
ความทุกข์ย่อมเกิดได้ ดั่งนี้ ธรรมดา ฯ
๓๓๙.จิตอันสายน้ำแห่ง ตัณหา
รกทั่วเถาวัลย์รา คะนั้น
เมื่อเธอพิจารณา เห็นดั่ง นี้แล
จงตัดรากให้สะบั้น ขาดด้วยปัญญา ฯ
๓๔๐.ไหลทั้วสายน้ำแห่ง ตัณหา
รกทั่วเถาวัลย์รา คะนั้น
เมื่อเธอพิจารณา เห็นดั่ง นี้แล
จงตัดรากให้สะบั้น ขาดด้วย ปัญญา ฯ
๓๔๑.อันเหล่าสุัตว์ทั่วท้อง โลกา
มักใฝ่รักกามา มากล้ำ
ไม่มุ่งมาดปรารถนา สันติสุข
จึงเกิดแก่ตายซ้ำ ซับซ้อน สงสาร ฯ
๓๔๒. อันฝูงสัตว์ติดห้วง ตัณหา
ไม่ผิดกระต่ายขา ติดแร้ว
สัตว์ติดบ่วงกามา กิเลส
จึงทุกข์มิรู้แล้ว ตลอดสิ้น กาลนาน ฯ
๓๔๓.ปวงสัตว์อันติดห้วง ตัณหา
ดั่งกระต่ายอันขา ติดแร้ว
ภิกขุมุ่งปรารถนา ความหลุด พ้นแฮ
พึงละราคะแผ้ว ผ่องสิ้น จากตน ฯ
๓๔๔.ผู้ใดจากป่าช้า ตัณหา
เพื่อสู่พระวนา ป่าแก้ว
ย้อนกลับป่ากามา กิเลส อีกแฮ
เหมือนหลุดจากบ่วงแร้ว วิ่งเข้า กรงขัง ฯ
๓๔๕.เครื่องจองจำเหล็กไม้ ปอหนัง
ท่านว่ามั่นคงยัง จักแก้
ภรรยาบุตรทรัพย์สัง- หาทรัพย์
คือเครื่องจองจำแต้ ตราบเท้า วันตาย ฯ
๓๔๖กามคุณเครื่องผูกร้อย รึงรัด
เครื่องถ่วงปวงหมู่สัตว์ ต่ำแต้
ของภายนอกผูกมัด หลวมหลอก ตาแฮ
แก้ยากนักปราชญ์แก้ บวชสิ้ ยินดี ฯ
๓๔๗. ยินดีกำหนัดด้วย แรงรา- คะแฮ
ย่อมสู่ธารตัณหา หุบห้วย
แมงมุมชักใยพา ตัวติด ใยแฮ
จงเร่งทำลายด้วย บวชทิ้ง ทุกข์ปวง ฯ
๓๔๘.จงปล่อยวางอดีตทั้ง ปัจจุบัน
อย่าห่วงอนาคตวัน ภาคหน้า
เมื่อใจหลุดพัวพัน ทุกสิ่ง
เธอจักไม่เกิดช้า ชาติหน้า ต่อไป ฯ
๓๔๙.ใจคนผู้ติดข้อง ในกาม
หลงติดสิ่งสวยงาม แวดล้อม
ตัณหาย่อมติดตาม ตัวงอก งามแฮ
ดุจดั่งต้นไม้ห้อม ปกด้วย เถาวัลย์ ฯ
๓๕๐. ผู้ใดใจสงบซึ้ง สำราญ
เจริญอุสภกรรมฐาน ผ่องแผ้ว
ทำลายบ่วงแห่งมาร คือกิเลส แล้วแฮ
จักล่วงบ่วงมารแคล้ว ขาดสิ้น ตัณหา ฯ
๓๕๑. ท่านผู้บรรลุแล้ว จุดหมาย
ไม่หวั่นต่อความตาย เกิดแล้ว
ตัณหากิเลสหาย สูญขาด สิ้นแฮ
ถอนลูกศรเสียบแคล้ว ขาดสิ้น ทุกข์ภัย ฯ
๓๕๒ท่านผู้บรรลุแล้ว จุดหมาย
ไม่หวั่นต่อความตาย เกิดแล้ว
ตัณหากิเลสหาย สูญขาด สิ้นแฮ
ถอนลูกศรเสียบแคล้ว ขาดสิ้น ทุกข์ภัย ฯ.
๓๕๓.เอาชนะทุกอย่างได้ โดยสวัสด-ดีแฮ
ทุกสิ่งสารพัดจรัส แจ่มแล้ว
ไม่หลงติดละตัด ขาดหมด สิ้นแฮ
จึงหลุดพ้นโลกแผ้ว ผ่องด้วย อภิญญา ฯ
๓๕๔.ทานอื่นย่อมพ่ายแพ้ ธรรมทาน
รสพระธรรมใดปาน เปรียบได้
ปลื้มธรรมะเบิกบาน ใจยิ่ง
สิ้นทะยานอยากไร้ ทุกข์แท้ ธรรมดา ฯ
๓๕๕.โภคทรัพย์ย่อมฆ่าล้าง คนหลง ทรัพย์แฮ
ฆ่านักปราชญ์ผู้ปลง ไป่ได้
เพราะโลภทรัพย์จึ่งคง ความโง่ งมแฮ
ย่อมฆ่าคนอื่นไหม้ บอดพร้อม ตนเอง ฯ
๓๕๖.หญ้าปกมารกร้าง เสียหาย
ราคะปกหญิงชาย โศกเศร้า
อันวัตถุทานถวาย ผู้หมด กิเลสแฮ
ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า เพาะเนื้อ นาดี ฯ
๓๕๗.หญ้าปกนารกร้าง เสียหาย
โทสะปกหญิงชาย โศกเศร้า
อันวัตถุทานถวาย ผู้หมด โกรธแฮ
ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า ปลูกเนื้อ นาดี ฯ
๓๕๘ หญ้าปกนารกร้าง เสียหาย
โมหะปกหญิงชาย โศกเศร้า
อันวัตถุทานถวาย ผู้ไม่ หลงแฮ
ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า ปลูกเนื้อ นาดี ฯ
๓๕๙ หญ้าปกนารกร้าง เสียหาย
ความอยากปกหญิงชาย โศกเศร้า
อันวัตถุทานถวาย ผู้หมด อยากแฮ
ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า ปลูกเนื้อ นาดี ฯ .
๓๓๖.ผู้ใดเอาชนะห้าม ตัณหา ได้แฮ
ซึ่งบุคคลแพ้มา มากแล้ว
ความโศกย่อมลดรา จากจิต
ประดุจใบบัวแผ้ว ผากน้ำ เปียกปอน ฯ
๓๓๗. เราขอเตือนเพื่อนพ้อง พรหมจา-รีเฮย
จงขุดรากตัณหา หมดเหง้า
อย่ารอหมู่มารมา โยกสั่น คลอนแฮ
ดุจดั่งต้นอ้อเคล้า คลื่นน้ำ พัดโคน ฯ
๓๓๘. แม้จังมีรากเหง้า อยู่ตาม ดินแฮ
ตอแห่งต้นไม้งาม งอกไม้
ตัณหาไม่ขาดความ หยานอยาก มีแฮ
ความทุกข์ย่อมเกิดได้ ดั่งนี้ ธรรมดา ฯ
๓๓๙.จิตอันสายน้ำแห่ง ตัณหา
รกทั่วเถาวัลย์รา คะนั้น
เมื่อเธอพิจารณา เห็นดั่ง นี้แล
จงตัดรากให้สะบั้น ขาดด้วยปัญญา ฯ
๓๔๐.ไหลทั้วสายน้ำแห่ง ตัณหา
รกทั่วเถาวัลย์รา คะนั้น
เมื่อเธอพิจารณา เห็นดั่ง นี้แล
จงตัดรากให้สะบั้น ขาดด้วย ปัญญา ฯ
๓๔๑.อันเหล่าสุัตว์ทั่วท้อง โลกา
มักใฝ่รักกามา มากล้ำ
ไม่มุ่งมาดปรารถนา สันติสุข
จึงเกิดแก่ตายซ้ำ ซับซ้อน สงสาร ฯ
๓๔๒. อันฝูงสัตว์ติดห้วง ตัณหา
ไม่ผิดกระต่ายขา ติดแร้ว
สัตว์ติดบ่วงกามา กิเลส
จึงทุกข์มิรู้แล้ว ตลอดสิ้น กาลนาน ฯ
๓๔๓.ปวงสัตว์อันติดห้วง ตัณหา
ดั่งกระต่ายอันขา ติดแร้ว
ภิกขุมุ่งปรารถนา ความหลุด พ้นแฮ
พึงละราคะแผ้ว ผ่องสิ้น จากตน ฯ
๓๔๔.ผู้ใดจากป่าช้า ตัณหา
เพื่อสู่พระวนา ป่าแก้ว
ย้อนกลับป่ากามา กิเลส อีกแฮ
เหมือนหลุดจากบ่วงแร้ว วิ่งเข้า กรงขัง ฯ
๓๔๕.เครื่องจองจำเหล็กไม้ ปอหนัง
ท่านว่ามั่นคงยัง จักแก้
ภรรยาบุตรทรัพย์สัง- หาทรัพย์
คือเครื่องจองจำแต้ ตราบเท้า วันตาย ฯ
๓๔๖กามคุณเครื่องผูกร้อย รึงรัด
เครื่องถ่วงปวงหมู่สัตว์ ต่ำแต้
ของภายนอกผูกมัด หลวมหลอก ตาแฮ
แก้ยากนักปราชญ์แก้ บวชสิ้ ยินดี ฯ
๓๔๗. ยินดีกำหนัดด้วย แรงรา- คะแฮ
ย่อมสู่ธารตัณหา หุบห้วย
แมงมุมชักใยพา ตัวติด ใยแฮ
จงเร่งทำลายด้วย บวชทิ้ง ทุกข์ปวง ฯ
๓๔๘.จงปล่อยวางอดีตทั้ง ปัจจุบัน
อย่าห่วงอนาคตวัน ภาคหน้า
เมื่อใจหลุดพัวพัน ทุกสิ่ง
เธอจักไม่เกิดช้า ชาติหน้า ต่อไป ฯ
๓๔๙.ใจคนผู้ติดข้อง ในกาม
หลงติดสิ่งสวยงาม แวดล้อม
ตัณหาย่อมติดตาม ตัวงอก งามแฮ
ดุจดั่งต้นไม้ห้อม ปกด้วย เถาวัลย์ ฯ
๓๕๐. ผู้ใดใจสงบซึ้ง สำราญ
เจริญอุสภกรรมฐาน ผ่องแผ้ว
ทำลายบ่วงแห่งมาร คือกิเลส แล้วแฮ
จักล่วงบ่วงมารแคล้ว ขาดสิ้น ตัณหา ฯ
๓๕๑. ท่านผู้บรรลุแล้ว จุดหมาย
ไม่หวั่นต่อความตาย เกิดแล้ว
ตัณหากิเลสหาย สูญขาด สิ้นแฮ
ถอนลูกศรเสียบแคล้ว ขาดสิ้น ทุกข์ภัย ฯ
๓๕๒ท่านผู้บรรลุแล้ว จุดหมาย
ไม่หวั่นต่อความตาย เกิดแล้ว
ตัณหากิเลสหาย สูญขาด สิ้นแฮ
ถอนลูกศรเสียบแคล้ว ขาดสิ้น ทุกข์ภัย ฯ.
๓๕๓.เอาชนะทุกอย่างได้ โดยสวัสด-ดีแฮ
ทุกสิ่งสารพัดจรัส แจ่มแล้ว
ไม่หลงติดละตัด ขาดหมด สิ้นแฮ
จึงหลุดพ้นโลกแผ้ว ผ่องด้วย อภิญญา ฯ
๓๕๔.ทานอื่นย่อมพ่ายแพ้ ธรรมทาน
รสพระธรรมใดปาน เปรียบได้
ปลื้มธรรมะเบิกบาน ใจยิ่ง
สิ้นทะยานอยากไร้ ทุกข์แท้ ธรรมดา ฯ
๓๕๕.โภคทรัพย์ย่อมฆ่าล้าง คนหลง ทรัพย์แฮ
ฆ่านักปราชญ์ผู้ปลง ไป่ได้
เพราะโลภทรัพย์จึ่งคง ความโง่ งมแฮ
ย่อมฆ่าคนอื่นไหม้ บอดพร้อม ตนเอง ฯ
๓๕๖.หญ้าปกมารกร้าง เสียหาย
ราคะปกหญิงชาย โศกเศร้า
อันวัตถุทานถวาย ผู้หมด กิเลสแฮ
ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า เพาะเนื้อ นาดี ฯ
๓๕๗.หญ้าปกนารกร้าง เสียหาย
โทสะปกหญิงชาย โศกเศร้า
อันวัตถุทานถวาย ผู้หมด โกรธแฮ
ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า ปลูกเนื้อ นาดี ฯ
๓๕๘ หญ้าปกนารกร้าง เสียหาย
โมหะปกหญิงชาย โศกเศร้า
อันวัตถุทานถวาย ผู้ไม่ หลงแฮ
ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า ปลูกเนื้อ นาดี ฯ
๓๕๙ หญ้าปกนารกร้าง เสียหาย
ความอยากปกหญิงชาย โศกเศร้า
อันวัตถุทานถวาย ผู้หมด อยากแฮ
ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า ปลูกเนื้อ นาดี ฯ .

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น