วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

พระธรรมบทไตรพากย์พระธรรมบทคำโคลง ตอน ภิกฺขุวคฺค



พระธรรมบทไตรพากย์
ภืกชุงคต
    ๓๖๐. จกฺขุนา สํวโร สาธุ               สาธุ โสเตน สํวโร
    ฆาเนน สํวโร สาธุ                         สาธุ ชิวฺหาย สํวโร

    สำรวมตายังประโยชน์ให้สำเร็จ สำรวมหูยังประโยชน์ให้สำเร็จ สำรวมจมูกยังประโยชน์ให้สำเร็จ สำรวมลิ้นยังประโยชน์ให้สำเร็จ

    Good is restraint of sight. Good is restraint of hearing. Good is restraint of smell. Good is restraint of taste.

     ๓๖๑. กาเยน สํวโร สาธุ            สาธุ วาจาย สํวโร
    มนสา สํวโร สาธุ                        สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร
    สพฺพตฺถ สํวโต ภิกฺขุ                   สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ

    สำรวมกายยังประโยชน์ให้สำเร็จ สำรวมวาจายังประโยชน์ให้สำเร็จ สำรวมทุกอย่าง(สำรวมอินทรีย์) ยังประโยชน์ให้สำเร็จ ภิกษุสำรวมทุกอย่างจักพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

    Good is restraint in deed. Good is restraint in word. Good is restaint in thought.  Good is restraint everywhere. The monk restraind in evet way is freed from all suffering.       

    ๓๖๒. หตฺถสญฺญโต ปาทสญฺญโต   วาจาย สญฺญโต สญฺญตุตตโม
    อชฺฌตฺตรโต สมาหิโต                      เอโก สนฺตุสิโน ตมาหุ ภิกฺขํุ

    ผู้สำรวมมือ สำรวมเท้า สำรวมวาจา สำรวมตน ยินดีในกรรมฐานอันเป็นภายใน  มีใจตั้งมั่น สันโดษ อยู่ผู้เดียว ปราชญ์เรียกผู้นั้นว่าภิกษุ

    He who is controlled in hand,foot, speech, and thought ; he who delights in meditation, is composed, solitary and contened, - him they call a monk.

     ๓๖๓.โย มุขสญฺญโต ภิกฺขุ          มนฺตาภาณี อนุทฺธโต
    อตฺถํ ธมฺมญฺจ ทีเปติ                     มธุรนฺตสฺส ภาสิตํ

    ภิกษุใดสำรวามปาก มักพูดด้วยความรู้  ไม่ฟุ้ง แสดงอรรถและธรรม ภาษิตของภิกษุน้้นไพเราะ

    That monk who is controlled in tongue, moderate in speech, is not pulled up, who explaind the meaning and the text- sweet, indeed, is his speech.   

    ๓๖๔. ธมฺมาราโม ธมฺมรโต          ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ
    ธมฺมํ อนุสฺสรํ ภิกฺขุ                       สทฺธมฺนา น ปริหายติ

    ภิกษุผู้มีธรรมเป็นที่ยึดมั่น ยินดีในธรรม ตรึกถึงธรรมเนืองๆ ระลึกถึงธรรมเนืองๆ ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม

    Abiding in the Teaching, delighing in the Teaching, pondering over Teaching, calling to mind the Teaching, a monk such as this does not fall away from the Teaching.

    ๓๖๕. สลาภํ นาติมญเญยฺย          นาญฺเญสั ปิหยํ จเร
    อญฺเญสํ ปิหยํ ภิกฺขุ                       สมาธิ นาธิคจฺฉติ

    ภิกษุไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน  ไม่พึงเที่ยวชอบใจลาภของชนเหล่าอื่น ภิกษุผู้ชอบใจลาภของชนเหล่าอื่น ย่อมไม่ได้สมาธิ

    A monk should not despise what he has received, and look with envy upon the gain of others.  The monk who envies the gains of other does not attain concentraion.

    ๓๖๖. อปฺปลาโภปิ เจ ภิกฺขุ        สลาภํ นาติมญฺญติ
    ตํ เว เทวา ปสํสนฺติ                    สุทฺธาชีวึ อตนฺทิตํ

    หากภิกษุแม้จะมีลาภน้อย ก็ไม่ดูหมิ่นลาภของตน เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายย่อมสรรเสริญภิกษุผู้มีอาชีพบริสุทธิ์ไม่เกียจคร้าน 

    Even if a monk's gain be slight, yet let him not despise it.It pure of life and unremitting in effort, he is praised by the very gods

    ๓๖๗.สพฺพโส นามรูปสฺมึ          ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ
    อสตา จ น โสจติ                       ส เว ภิกฺขู ติ วุจฺจติ

    ผู้ใดไม่มีความยึดถึอในนามรูปว่าเป็นของตน โดยประการทั้งปวง และไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปไม่มี ผู้น้ันแหละเราเรียกว่า ภิกษุ

    He who nowhere in the mind and body finds aught of which to say ' This is mine' , he who grieves not that which he has not,- he indeed is called a monk.

    ๓๖๘.เมตฺตาวิหารี โย ภิกฺขุ             ปสนฺโน พุทฺธ สาสเน
    อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ                            สงฺขารูปสมํ สุขํ

    ภิกษุใดอยู่ด้วยความเจริญเมตตา มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ภิกษุน้ันจะพึงบรรลุบทอันสงบ(นิพพาน)  เข้าไประงับสังขารเสียได้ เป็นสุข

    The monk who abides in loving-kindness, whose joy is in the Teacing of the Buddha, - that monk attains the peace of Nibbana, the quiet happy ending of compounded existence.

    ๓๖๙.สัญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ              สิตฺตา เต ลหุเมสฺสติ
    เฉตฺวา ราคญฺจ โทสญเจ              ตโต นิพฺพานเมหิสิ

    ภิกษุเธอจงวิดน้ำเรือนี้เถิด เรือที่เธอวิดแล้ว  จักพลันลอยขึ้น คือตัดราคะ และโทสะได้แล้ว แต่น้ันก็จักถึงพระนิพพาน

    Empty the boat, O monk;  emptied, it will go lighty with you. Cutting out lust and hatred, you will thereby go to Nibbana .

    ๓๗๐.ปญฺเจ ฉินฺเท ปญฺจ ชเห       ปญฺจ จุตฺตริ ภาวเย
    ปญฺจ สงฺคาติโค ภิกฺขุ                   โอฆติณฺโณ ติ วุจฺจจติ

    ภิกษุพึงตัดธรรม ๕ อย่าง(สังโยชน์เบื้องต่ำ) พึงละธรรม ๕ อย่าง(สังโยชน์เบื้องบน) และพึงเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ยิ่ง  ภิกษุผู้ข้ามพ้นเครื่องข้อง ๕ อย่างได้  เราเรียกว่าผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว

    Cut away there; (self-illusion, doubt, indulgence in richs and ceremonies, Lust and ill-will).  Abandon these five ;(desire for life in worlds of from, craving for fomless realms,pride, restlessness of mind, and ignorance). Cultivate, and wisdom).  The monk who has gone beyond the five feetters is called 'Crossed-the- Flood'

    ๓๗๑. ฌาย ภิกฺขุ มา จ ปมาโท     มา เต กามคุเณ กมสฺสุ จิตฺตํ 
    มา โลหคุฬํ คิลี ปมตฺโต                มา กนฺที ทุกฺขมินทนฺติ ฑยฺหมาโน

    แน่ะภิกษุเธอจงเพ่งไป และอย่าประมาท จิตของเธอจงอย่าวนเวียนไปสู่กามคุณ เธออย่าประมาทกลืนกินก้อนเหล็กร้อนแรง อย่าถูกไฟไหม้คร่ำครวญว่า นี้เป็นทุกข์จริง

    Meditate, O monk; do not be beedless.  Do not let your mind revolve around the sensual pleasures.  Do not, trough negligince swallow a ball of(red-hot) iron.  As you are burnt, do not cry"o what torture"

     ๓๗๒. นตฺถิ ฌานํ อปญฺญสฺส          ปญฺญา นตฺถิ อณายโต
    อนฺหิ ฌานญฺจ ปญฺญา จ                  ส เว นิพฺพานสนฺติเก

     ฌานย่อมไม่มีแก่ผู้ไร้ปัญญา ปัญญาก็ย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่เพ่งฌาน เพราะฉนั้น ฌานและปัญญามีอยู่ในผู้ใด ผู้น้ันเหมือนอยู่ใกล้พระนิพพาน

    There is no concentration for him who lacks wisdom; nor is there wisdom for him who lacks concentration .  In whom are found both concentration and wisdom, - he, indeed, is in the presence of Nibbana.

   ๓๗๓.สุญฺญาคารํ ปวิฎฺฐสฺส         สนฺตจิตฺตสฺส  ภิกฺขุโน
    อมานุสี รตี โหติ                         สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต

    ความยินดีอันมิใช่ของมนุษย์ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้เข้าไปสู่เรือนว่าง มีจิตอันสงบ เห็นแจ้งธรรมโดยชอบ

    To the monk who has retired to a lonely abode, who has calmed his mind, who clearly perceives the Teaching, - to him there arises a joy transcending that of men.

    ๓๗๔.อโต ยโต สมฺมเสติ            ชนฺธานํ อุทยพฺพยํ
    ลภตี ปิติปาโมชฺชํ                       อมตํ ตํ วิชานตํ

    ในกาลใดๆ ภิกษุพิจารณาความเกิดขึ้น และความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย ในกาลน้ันๆ เธอย่อมได้ปิติปราโมทย์ ข้อนั้นเป็นอมตะของบัณฑิตผู้รู้ทั้งหลาย

    Whenever he reflects on the rise and fall of aggregates- he assuredly experiences joy and happiness.  To the descening, this is as nectar.


    ๓๗๕.ตตฺรายมาทิ ภวติ                 อิธ ปญฺญสฺส ภิกฺขุโน
    อินฺทฺริยคุคฺติ สนฺตุฎฐี                     ปาติโมกฺเข จ สํวโร
   มิตฺเต ภชสฺสุ กลฺยาเณ                   สุทฺธาชีเว อตนฺทิเต

    ในการจะได้ปิติปราโมทย์น้ันคือ  การสำรวจอินทรีย์ มีความสันโดษและการสำรวมในปาติโมกข์ นี้เป็นเบื้องต้นของภิกษุ ผู้มีปัญญาในศาสนานี้ ต่อแต่นั้นภิกษุพึงคบมิตรดี  เลี้ยงชีพบริสุทธิ์ ไม่เกียจคร้าน

    For the wise mond, these are the first things to cultivate; sense -control, contentment, restraint through observance of the rules of discrpline, association with noble and enregetic friends whose livelihood is pure.

     ๓๗๖.ปฎิสนฺถารวุตฺสฺส                  อาจารกุสโล สิยา
    ตโต ปาโมชฺชหุโล                         ทุกฺขสฺนฺตํ กริสฺสติ

    ภิกษุพึงเป็นผู้ประพฤติสันถาร พึงเป็นผู้ฉลาดในมรรยาทที่ดี เป็นผู้มากด้วยปราโมทย์อันเกิดจากความประพฤตินั้น  จักทำที่สุดทุกข์ได้

    Let the monk be hospitable, refined in conduct; full of joy he will there by make an end of sullering.

    ๓๗๗.วสฺสิกา วิย ปุปฺผานิ              มทฺทวานิ ปมุญจติ
    เอวํ ราคญฺจ โทสญฺจ                     วิปฺปมุญฺเจถ ภิกฺขโว

     ดอกมะลิเหี่ยวแห้งแล้ว  ย่อมปล่อยขั้วเสียฉันใด ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายก็จงปล่อยราคะ และโทสะเสีย ฉันน้ัน 

    Just as the jasmine sheds its withered flowers so.  O monks, should you totally shed lust and hatred.

    ๓๗๘.สนฺตถาโย สนฺตวาโจ        สนฺตวา สุสมาหิโต
    วนฺตโลกามิโส ภิกฺขุ                   อุปสนฺโน ติวุจฺจติ

    ภิกษุผู้มีกายสงบ มีวาจาสงบ มีใจสงบ ตั้งมั่นดีแล้ว คายอามิสในโลกเสียได้ เราเรียกว่า ผู้เข้าไปสงบแล้ว

    The monk who is calm in body(or subduted in deed), calm in speech, calm in mind, well composed, emptied of all apperite for the world, - such a one is called Tranquillised.

    ๓๗๙.อตฺตนา โจทยตฺตานํ           ปฎฺิมาเส อตฺตมตฺตนา
    โส อตฺตคุติโต สติมา                    สุขํ ภิกฺขุ วิหาหิสิ

    เธอจงเตือนตนด้วยตนเอง จงพิจารณาด้วยตนเองแน่ะ ภิกษุ เธอคุ้มครองตนแล้วมีสติ จักอยู่เป็นสุข

    By thyself rouse( or censure) thyself; thyself  examine thyself.  Thus self-guarded, mindful, the monk shall dwell in happiness.

   ๓๘๐. อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ       อตฺตา หิ อตฺตโน คติ
    ตสฺมา สํยม อตฺตานํ                      อสฺสํ ภทฺรํว วาณิโช

    ตนนั่นแหละ เป็นที่พึ่งของตน ตนนั่นแหละเป็นคติของตน เพราะฉนั้น เธอจงสงวนตน เหมือนพ่อค้าสงวนม้าที่ดีไว้ ฉนั้น

    Oneself is one's own protector, oneself is one's own refuge, Constrol. therefore, your own self as a merchant, a spirited charger.

    ๓๘๑.ปราโมชฺชพหุโล ภิกฺขุ        ปสนฺโน พุทธสาสเน
    อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ                       สงฺขารูปสมํ สุขํ

    ภิกษุผู้มากด้วยปราโมทย์ เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจะพึงบรรลุบทอันสงบ(นิพพาน)  อันเข้าไประงับสังขาร เป็นความสุข

    Full of joy, full of faith in the Teaching of the Buddha the monk will attain the Peaceful State, the happy stillings of the compounds of existence

    ๓๘๒.โย หเว ทหโร ภิกฺขุ           ยุญชติ พุทฺธสาสเน
    โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ                  อพฺภา มุตโต ว จนฺทิมา

    ผู้ใดแลยังหนุ่มเป็นภิกษุประกอบความเพียรในพระพุทธศาสนา ผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง  เหมือนพระจันทร์พ้นจากหมอกเมฆ ส่องโลกให้สว่างฉน้ัน 

    Even a young monk who devotes himself to the Teaching of the Teaching of Buddha, illumines this world as does the moon need from a cloud.



พระธรรมบทคำโคลง

    ๓๖๐.สำรวมจักษุไว้                 อาจิณ
    ระมัดหูอย่ายิน                         มลากร้าย
    ระวังปากลิ้นกิน                        รสอร่อย หลงแฮ
    ระมัดจมูกไว้คล้าย                   อย่ารู้ เหม็นหอม ฯ

    ๓๖๑.สำรวมกายมั่นไว้             จงดี
    ระมัดกล่าววาที                        เพราะพร้อง
    สำรวมจิตจงมี                          สมาธิ มั่นแฮ
    รู้จักสำรวมต้อง                        หลุดพ้น ทุกข์ภัย ฯ

    ๓๖๒.ชนใดกำหนดรู้                สารพางค์ กายแฮ
    ระมัดวาจาวาง                         สงบไว้
    ยินดีฝึกจิตทาง                       สมาธิ
    สันโดษอยู่เดียวได้                 ชื่อรู้ ภิกษุสงฆ์ ฯ

    ๓๖๓. ภิกษุใดรู้จัก                  ระวัง ปากแฮ
    ท่องบ่นแต่ธรรมยัง                 ค่ำแล้ว
    เพ่งอรรถและธรรมดัง             ประทีบ สว่างแฮ
    ย่อมพูดไพเราะแจ้ว                สดับแล้ว  จับใจ ฯ

    ๓๖๔.ภิกษใดรู้อยู่                   ในธรรม
    อิ่มเอิบในธรรมสัม                   พุทธเจ้า
    รำลึกแต่ธรรมคำ                      พระตรัส สอนแฮ
    ธรรมไม่เสื่อมทรามเศร้า         เรียกผู้ ทรงธรรม ฯ

    ๓๖๕. อย่าดูหมิ่นลาภน้อย     ในตน
    อย่าอิจฉาลาภคน                   อื่นไซร้
    ผู้เพ่งแต่ลาภผล                    คนอื่น
    ใจย่อมไม่สงบได้                  สุขพ้น ทุกข์ภัย ฯ

    ๓๖๖. แม้จะมีลาภน้อย          เพียงไหน
    อย่าหมิ่นลาภน้อยใจ             ขุ่นข้อง 
    ดำรงชีพโดยใส                     บริสุทธิ์ สะอาดแฮ
    ทวยเทพย่อมแซ่ซ้อง           ภิกษุนั้น ในสวรรค์ ฯ 

   ๓๖๗.ผู้ใดไป่ยึดแล้ว             รูปนาม
    ว่าสิ่งของตนนาม                  ติดต้อง
    พลัดพรากไม่มีความ             เศร้าโศก
    จึงชื่อภิกษุร้อง                      เรียกได้ เต็มคำ ฯ

    ๓๖๘. ภิกษุผู้อยู่ด้วย             เมตตา
    จิตเลื่อมใสพุทธภา-              ษิตแล้ว
    บำเพ็ญเพ่งภาวนา                 สมาธิ มั่นแฮ
    ย่อมระงับสังขารแผ้ว             ผ่องเข้า นิพพาน ฯ

    ๓๖๙.ภิกษุจงวิดน้ำ               จากเรือ  รั่วแฮ
    ราคะโทสะเผือ                      หมดแล้ว
    เรือจักแล่นเร็วเหลือ              สุดประ- มาณเฮย
    เรือจักสู่เมืองแก้ว                  ฝั่งโน้น นิพพาน ฯ

    ๓๗๐. จงตัดขาดสิ่งห้า          ประการ
    จงละทิ้งห้าสถาน                  แห่งห้าม
    จงแก้เครื่องพันธการ            ห้าสิ่ง เสียแฮ
    ภิกษุจึ่งจักข้าม                     โอฆห้วง สงสาร ฯ

    ๓๗๑. เข้าฌานอย่าชักช้า      ลืมตน
    อย่าเพลิดกามคุณวน             ว่ายน้ำ
    อย่ากลืนเหล็กแดงทน           ทุกข์เทวษ
    แล้วคร่ำครวญอกช้ำ              ว่าโอ้ ทุกข์หนอ ฯ       

    ๓๗๒.ไม่เพ่งฌานย่อมไร้       ปัญญา
    ปัญญาคู่ฌานพา                    เคียงคู่ กันแฮ
    ท่านว่าผู้นั้นใกล้                     พบพ้อง นิพพาน ฯ

    ๓๗๓.ภิกษุสู่ที่ร้าง                  สงบสงัด
    ทำจิตสู่สมาบัติ                       มั่นได้
    ย่อมแจ้งซึ่งวิปัสส-                  นาธิ - ธรรมแฮ
    ย่อมอิ่มเอิบรสไร้                     มนุษย์สิ้น ชิมเลย ฯ

    ๓๗๔.เมื่อใดมีสติรู้                สำคัญ
    การเกิดการดับขันธ์              ธาตุแล้
    ย่อมเกิดปิติอัน                     ปราโมทย์       
    เป็นสิ่งอมตะแท้                   แก่ผู้ รู้ธรรม ฯ

    ๓๗๕. กิจแห่งภิกษุผู้            ทรงปัญ- ญาเฮย
    คือระมัดอินทรีย์สัน-              โดษแท้
    เคร่งศีลและคบกัล-               ยาณมิตร
    เลี้ยงชีพบริสุทธิ์แล้               หมั่นทั้ง การงาน ฯ

    ๓๗๖. พึงรู้จักต้อนรับ            แขกมา สู่เฮย
    พึงฉลาดรู้จักมา-                   รยาทไซร้
    ผู้ประพฤติจักปรา-                 โมทย์อยู่ เสมอมา
    ย่อมสงบจากทุกข์ได้             เหตุด้วย กรรมดี ฯ

    ๓๗๗.ราคะโทสะคล้าย         บุปผา
    ย่อมร่วงจากช่อผกา              แก่แห้ง
    ภิกษุละราคา                         โทสะ ทิ้งแฮ
    ดั่งพฤกษาหน้าแล้ง               สลัดทิ้ง พวงผกา ฯ

    ๓๗๘.ภิกษุผู้เพียบพร้อม       สงบกาย หนึ่งแฮ
    สองสงบวาจาหมาย               มั่นแล้
    สามสงบจิตวางกาย               อามิส
    จึงเรียกผู้สงบแท้                   แกล่ใกล้ นิพพาน ฯ

    ๓๗๙.จงเป็นโจทย์ยี่นฟ้อง   ความผิด ตนเฮย
    จงขัดใจตนคิด                      คัดง้าง
    จงหมั่นปกป้องจิต                 เตือนสติ ตนนา
    ภิกษุจึงจักสร้าง                    สุขแท้ แก่ตน ฯ

    ๓๘๐. ตนเป็นที่พึ่งแท้          แก่ตน
    ตนก่อเรื่องใช่คน                  อื่นผู้
    ตนรู้จักจิตผจญ                    จิตพยศ ตนแฮ
    ดั่งพ่อค้าม้ารู้                        ฝึกม้า ของตน ฯ

    ๓๘๑.ภิกษุผู้เปื่ยมด้วย         ความปรา- โมทย์เฮย
    จิตเลื่อมใสพุทธภา               ษิตไซร้
    ย่อมบรรเทาซึ่งภา-               วะสงบ สงัดแฮ
    รำงับสังขารได้                     สุขใกล้ นิพพาน ฯ

    ๓๘๒.เป็นภิกษุหนุ่มน้อย      พรรษา หนึ่งแฮ
    บวชอุทิศศาสนา                   พุทธแล้ว
    ย่อมยังโลกโสภา                  สุกสว่าง ไสวแฮ             
    



วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

พระธรรมบทไตรพากย์พระธรรมบทคำโคลง ตอน ตณฺหาวคฺค


พระธรรมบทไตรพากย์

    ๓๓๔.มนฺชสฺส ปมตฺตจาริโน               ตณฺหา วฑฺฒติ มาลุวา วิย
    โส ปฺลวตึ หุราหุรํ                               ผลมิจฺฉํ วนฺสฺมี วานโร

    ตัณหาของคนผู้มักประพฤติประมาทอยู่เสมอ ย่อมเจริญเหมือนกับเครือเถาย่านทราย เขาย่อมร่อนเร่ไปสู่ภพน้อยใหญ่เหมือนลิง  ต้องการผลไม้ร่อนเร่ไปในป่า ฉนั้น 

    The craving of man addicted to careless living grows like a Maluve creeper.  He leaps from existence to existence, like a monkey in the forest looking for fruit.

    ๓๓๕  ยํ เอสา สหตี ชมฺมี             ตณฺหา โลเก วิสตฺติกา
    โสกา ตสฺส ปวฑฺฒนฺติ                 อภิวฎฺฐํ วีรณํ

    ตัณหานั้นต่ำทราม ซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ ครอบงำผู้ใดในโลก ความโศกของผู้นั้นย่อมเจริญเหมือนหญ้าคมบาง(หญ้าหอม) ที่ถูกฝนตกรด ฉนั้น 

    Whosoever in this world is overcome by this wretched clinging thisrst, his sorrows florish like-Birapa gress( fragrant) after rain.

    ๓๓๖.โย เจตํ สหติ ชมฺมึ           ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ
    โสกา ตณฺหา ปปตนฺติ              อุทพินฺทู ว โปกฺขรา

    ส่วนผู้ใดครอบงำตัณหาอันเลวทราม ซึ่งละได้ยากในโลกนั้นเสียได้ ความโศกก็ย่อมตกไปจากผู้อื่น เหมือนหยาดน้ำตกไปจากดอกบัว

    But whosever overcomes this wretched craving so diffcult to overcome,- his sorrows fall from him like watter drops from a lotus.

    ๓๓๗.ตํ โว วทามิ ภทฺทํ โว           ยาวนฺเตตฺถ สมาคตา
    ตณฺหาย มูลํ ขณถ                        อุสีรตฺโถ ว วีรณํ
    มา โว นฬํ ว โสโต ว                    มาโร ภญฺชิ ปุนปฺปุนํ

    เพราะเหตุนั้น เราขอบอกกะเธอทั้งหลาย ขอความเจริญจงมีแก่เธอทั้งหลาย  ผู้มาประชุมในที่นี้ เธอทั้งหลายจงขุดรากแห่งตัณหาเสีย เหมือนคนต้องการแฝกถอนหญ้าคมบาง (หญ้าหอม) ออกเสีย ฉน้ัน ขอมารอย่าได้ระรานเธอทั้งหลายบ่อยๆเหมือนกระแสน้ำระรานไม้อ้อ ฉนั้น 

     This I say unto you; good luck to you all who have assembled here1 dig up the root of craving like the digger of birana for its root called usira.

     ๓๓๘.ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห    ฉินฺโนปิ รุกฺฺโข ปุนเรว รูหติ
    เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต               นิพฺพตฺตี ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ

    เมื่อรากไม่เป็นอันตรายยังมั่นคงอยู่ ต้นไม้ที่เขาตัดแล้วก็ย่อมงอกขึ้นอีกได้  แม้ฉันใด เมื่อตัณหานุสัย ยังไม่ถูกกำจัด ทุกข์นี้ย่อมเกิดร่ำไปแม้ฉน้ัน

    As a tree cut down aprouts forsth again if its roots remain uninjured and strong, so the propensity to craving not being done away,this suffering springs up again and again.

    ๓๓๙. ยสฺส ฉตฺตึสตีโสตา                  มนาปสฺสวนา ภุสา
    วาหา วหนฺติ ทุททิฎฺฐึ                        สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา

    ผู้มีตัณหาอันกระแส ๓๖ สาย ไหลไปในอารมณ์อันน่าใคร่รุนแรง ความดำริอันใหญ่อาศัยราคะ ย่อมนำผู้มีความเห็นผิดไป

    In whom the thirty-six steams of craving that flow to wards pleasurable objects are strong, that misguided man is bone away by flood, his thoughts oentred on passion.

    ๓๔๐. สวนฺติ สพฺพธิ โสตา              ลตา อุพฺพิชฺช ติฎฐติ
    ตญฺจ ทิสฺวา ลตํ ชาตํ                      มูลํ ปญฺญาย ฉินฺทถ

    กระแสตัณหาทั้งหลาย ย่อมไหลไปในอารมณ์ทั้งปวง เป็นเหมือนเถาวัลย์เกิดขึ้นตั้งอยู่ เธอทั้งหลายเห็นเถาวัลย์อันเกิดแล้วนั้น จงใช้ปัญญาตัดโคนเสีย

    Every where flow these streams, and the creeper( for craving)
springs up and lays hold. Seeing that creeper spung up, cut off its root with (the knife of) wisdom.

    ๓๔๑. สริตานิ สิเนหิตานิ จ              โสมนสฺสานิ ภวนฺติ ชนฺตุโน
    เต สาตสิตา สุเขสิโน                       เต เว ชาติชรูปคา นรา

    บุคคลมีโสมนัสอันซ่านไป มียางเหนียว ผู้เป็นไปในอำนาจของตัณหา บุคคลเหล่าน้ันติดอยู่ในความดี แสวงหาความสุข เป็นผู้เข้าถึงความเกิดและความแก่

    To beings there arise pleasures that rush everywhere and are moistened(with craving). There men bent on plessure seeking after enjoyment, fall prey to birth and decay.

    ๓๔๒. ตสิฌาย ปุรกฺขยา ปชา          ปริสปฺปนฺติ สโส ว พาธิโต
     สญฺโญชนสงฺคฺตา                           ทุกฺขมุเปนฺติ ปุนปฺปนํ จิราย

    หมู่สัตว์ ถูกตัณหาผู้ทำความหวาดสะดุ้งแวดล้อมไว้ย่อมดิ้นรนเหมือนกระต่ายที่เขาผูกไว้ ผู้ข้องอยู่ด้วยเครื่องข้องคือสังโยชน์ ย่อมเข้าถึงความทุกข์ร่ำไป โดยกาลนาน

    Beset by lust, the mass of men run this way and that like the entangled hare. Held fast by fetters, again and again for long they come to suffering.

    ๓๔๓. ตสึฌาย ปุรกฺขตา ปชา          ปริสปฺปนฺติ สโส ว พาธิโต
    ตสฺมา ตสินํ วิโนทเย                        ภิกฺขุ อากงฺขี วิราคมตฺตโน

    หมู่สุัตว์ ถูกตัณหาผู้ทำความหวาดสะุด้งแวดล้อมไว้ย่อมดิ้นรน เหมือนกระด่ายที่เขาผูกไว้ เพราะฉนั้น ภิกษุหวังความไม่มีราคะแก่ตน ก็พึงบรรเทาตัณหาผู้ทำความหวาดสะดุ้งเสีย

    Best of lust, the mass of men run this way and that like on entangled hare. Therefore a monk, who wishes his own passionlessness, should discard craving.

    ๓๔๔.โย นิพฺพนโถ วนาธิมุตฺโต     วนมุตฺโต วนเมว ธาวติ
    ตํ ปุคฺคลเมว ปสฺสถ                        มุตฺโต พนฺธนเมว ธาวติ

    ผู้ใดไม่มีป่า (ตุัณหา) น้อมไปในป่า(แห่งตบะ) พ้นจากป่าแล้วยังวิ่งเข้าไปสู่ป่านั่นอีก ท่านทั้งหลายจงดูบุคคลนั้นเถิดเขาพ้นแล้วยังวิ่งเข้าไปสู่เครื่องจองจำนั่นอีก

    Whosever delivered from the jungle of craving(i.e.life of a recluse), and thus delivered from the jungle, runs back to that very jungle(i.e. the life of a recluse) , and thus delivered from the jungle ,runs back to that very jungle(i.e. homelife), - behold that very man Freed he runs back to that very bondage.

    ๓๔๕.น ตํ พนฺธนมาหุ ธีรา             ยทายสํ ทารุชปพฺพชญฺจ
    สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ            ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา

    นักปราชญ์ หาได้กล่าวถึงเครื่องจองจำที่ทำด้วยเหล็กไม้และเชือก ว่ามั่นคงไม่แต่กล่าวถึงเครื่องจองจำนี้ คือ ราคะของผู้กำหนัด ยินดีในแก้วมณีและต่างหูและความอาลัยในบุตรและภรรยา

    Wise people do not say that fether is strong which is made of iron, wood or fibre, but the attachment to earings made of precious stones, to sons, and wives is passionately impassioned.

     ๓๔๖.เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา     โอหารินํ สิถิลํ ทุปฺปมุญฺจํ
    เอตํปิ เฉตฺวาน ปริพฺพชนฺติ               อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหาย

    ท่านกล่าวว่ามั่นคง มักฉุดลง หลวม แต่เปลื้องได้ยาก นักปราชญ์ตัดเครื่องจองจำน้ันได้แล้ว ละความสุขในกาม ไม่มีความอาลัยย่อมเว้นได้ทั่วไป

    Wise people call strong this fetter which drage down, yields, and is difficult to unfasten.  After having cut this people remounce the world, free from longings and forsaking the pleasures of sense.

    ๓๔๗. เย ราครตฺตานุปตนฺติ โสตํ  สยํ กตํ มกฺุกฎฺโกว ชาลํ
    เกตมฺปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา          อนเปกฺขิโน สพฺพทุกฺขํ ปหาย

    ชนเหล่าใด ถูกราคะยั่วย้อมแล้ว ชนเหล่านั้นย่อมตกไปสู่กระแส(ตัณหา)  เหมือนแมลงมุม ตกไปสู่ใยที่ตนขึงไว้เอง นักปราชญ์ตัดเครื่องผูกนั้นแล้ว ไม่มีความอาลัย ย่อมละความทุกข์ทั้งปวงไป

    They who are infatuated with lust fall back into the stream(of Sansara) as a spider on the self-spun web.  This too the wise cut off and pass on, looking not back, leaving all sorrow behind.

    ๓๔๘. มุญจ ปุเร บุญเจ ปจฺฉโต           มชฺเฌ มุญฺเจ ภวสฺส ปารคู
    สพฺพตฺถ วิมุตฺตมานโส                         น ปุน ชาติชรํ อุเปหิสิ

    เธอจงละอาลัยข้างหน้า ละอาลัยข้างหลัง ละอาลัยท่ามกลาง เธอถึงฝั่งแห่งภพ มีใจหลุดพ้นในธรรมทั้งปวงแล้ว จักไม่เข้าถึงชาติและชราอีก

    Be Free from the past, be free the future, be free from the present.  Crossing to the father shore of existence, with mind released evrywhere, no more shalt thou come to birth and decay.

   ๓๔๙.วิตกฺกมถิตสฺส ชนฺตุโน                 ติพฺพราคสฺส สุภานุปสฺสิโน
    ภิยฺโย ตณฺหา ปวฑฺฒติ                        เอส โข ทฬฺหํ กโรหิ พนฺธนํ

    ตัณหาย่อมเจริญยิ่งขึ้น แก่บุคคลผู้ถูกวิตกย่่ำยี มีราคะจัดมักเห็นตามอารมณ์ว่างาม  ผู้นั้นแหละย่อมทำเครื่องจองจำให้มั่นคงยิ่งขึ้น

    For the person who is of restless mind, of srong passions, who sees but the pleasurable- craving stendily grows.   He makes the bond strong.

   ๓๕๐.วิตกกุกูปสเม จ โย รโต             อสฺภํ ภาวยติ สทา สโต
    เอส โข วุยนฺติกาหิติ                         เอสจฺเฉจฺฉติ มารพนฺธนํ
   
    ส่วนผู้ใดยินดีในอันระงับวิตกก เจริญอสุภกรรมฐานมีสติทุกเมื่อ ผู้น้ันแหละจักทำตัณหาให้สิ้นไป ผู้น้ันจักตัดเครื่องจองจำของมารได้

    He who delights ind subduing thougts, who meditates on impurites, and is ever mindful,-  it is he who will make an end of craving; he will cut Mare'bond.

     ๓๕๑.นิฎฐิ คโต อสนฺตาสี                วีตตฺณฺโห อนางฺคโณ
    อุจฺฉืนฺทิ ภวสลฺลานิ                           อนฺติโมยํ สมุสฺสโย

    ผู้ถึงความสำเร็จไม่สะดุ้งกลัว ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสอันยวนใจ ตัดลูกศรอันนำไปสู่ภพได้  กายของเขานี้มีเป็นครั้งสุดท้าย

    He who has reached the goal, is fearless, devoid of craving, passionless, has broken the shafts of existence,- of such a one this is the final from.

    ๓๕๒. วึตตณฺโห อนฺาทาโน         นิรุตฺติปทาโกวิโท
    อกฺขรานํ สนฺนิปาตํ                       ชญฺญา ปุพฺพาปรานิ จ

    เขาปราศจากตัณหา ไม่มีความยึดถือ ฉลาดในทางภาษา รู้หมวดหมู่แห่งอักขระ รู้อักขระเบื้องต้นและเบื้องปลาย ผู้นั้นแหละ มีสรีระเป็นครั้งสุดท้าย เราเรียกว่าเป็นผู้มีปัญญามากเป็นมหาบุรุษ

    Done with craving free from grasping, skilled in the etymolgy of teams( of the Thaching) knowing the arrangement of words in due order, it is he who is called the becarer of the final body, one of profound wisdom, a great man.

    ๓๕๓.สพฺพาภิภู สพฺพาวิทูหมสฺมิ       สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโต
    สพฺพญฺชโห ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโต        สยํ อภิญฺญาย กมุทฺทิเสยฺยํ

    เราเป็นใหญ่ในธรรมทั้งปวงรู้ธรรมทุกอย่าง ไม่ติดใจธรรมทั้งมวล ละธรรมทั้งสิ้นได้หลุดพ้นแล้ว เพราะสิ้นตัณหารู้ยิ่งด้วยตนเองแล้ว  จะพึงอ้างใครเล่าว่าเป็นศาสดา ?

    All-conquering, all-knowing am I ; in all things unpolluted, rid of all, freed through the destruction of craving, having comprehended all by myself, whom should I names ( as my teacher)?

    ๓๕๔. สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ        สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินวติ
    สพฺพรตึ ธมฺมรตี ชินาติ                         ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ

    ธรรมทานชนะทานทั้งปวง รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง ความยินดีในธรรมชนะความยินดีทั้งปวง ความสิ้นตัณหาชนะทุกข์ท้้งปวง

    The gift of Truth excells all gifts. The flavour of Truth excells all flavous.  The delight in Truth excells all delights, victory over all suffering is the ending of craving.

     ๓๕๕.หนนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ            โน จ ปารคเวสิโน
    โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ                   หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ

    โภคะย่อมฆ่าคนปัญญาทราม แต่ไม่ฆ่าผู้แสวงหาฝั่ง คนปัญญาทรามย่อมฆ่าคนเหมือนฆ่าคนอื่น  เพราะความทะยานอยากในโภคะ

    Riches ruin the fool, but not those quest of the by yond.   Out of his craving for riches, the wttless man ruins himself as(if he were ruining) others.

     ๓๕๖. ติณโทสานิ  เขตฺตานิ       ราค โทสา อยํ ปชา
    ตสฺมา หิ วิตราเคสุ                      ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ

    นาทั้งหลายมีหญ็าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีราคะเป็นโทษ เพราะฉนั้นทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากราคะ จึงมีผลมาก

    Weeds are the blight of fields;  lust is the blemish of markind.  Honce what is given to the lustless yields abundant fruit.

     ๓๕๗.ติณโทสานิ เขตฺตานิ              ราคโทสา อยํ ปชา
    ตสฺมา หิ วิตโทเสสุ                         ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ

    นาท้ังหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีโทสะเป็นโทษ เพราะฉนั้น ทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากโทสะ จึงมีผลมาก 

    Weeds are the blight of fields; hatred is the blemish of this world of men. Hence what is given to those freed from hatred yields abundant fruit.

    ๓๕๘. ติณโทสาน เขตฺตานิ         โมหโทสา อยํ ปชา
   ตสฺมา หิ วีตโมเหสุ                       ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ

    นาทั้งหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้มีโมหะเป็นโทษ เพราะฉนั้น ทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากโมหะ จึงมีผลมาก

    Weeds are the blight of fields; delusion is the blemish of this world of man.  Hence what is given to those freed from delusion yields much fruit.

    ๓๕๙.ติณโทสานิ เขตฺตานิ          อิจฺฉาโทสา อยํ ปชา
    ตสฺมา หิ วึคติจฺเฉสุ                     ทินฺนํ โหติ มหาปฺผลํ

    นาท้ังหลายมีหญ้าเป็นโทษ หมู่สัตว์นี้ มีความปรารถนาเป็นโทษ เพราะฉน้ันทานที่ให้ในท่านผู้ปราศจากความปรารถนาจึงมีผลมาก 

    Weeds are the blight of field; self-seeking is the blenish of this world of men.  Hence what is given to those freed from self-seeking, yields much fruit.


พระธรรมบทคำโคลง

    ๓๓๔.ชีพผู้ประมาทแม้น                 เหมือนกัน
    ความอยากดั่งเถาวัลย์                    ผูกไว้
    เขาย่อมละโลกพลัน                       สู่ภพ อื่นแฮ
    ดุจดั่งลิงไต่ไม้                                เหนี่ยวไม้ ไป่มา ฯ

    ๓๓๕. ตัณหาเหิมพิษร้าย              แรงนัก
    เข้าครอบงำใครมัก                        ติดข้อง
    ความโศกร่ำไรจัก                          ทวีมาก
    ประดุจน้ำฝนต้อง                          หย่อมหญ้า งอกงาม ฯ

    ๓๓๖.ผู้ใดเอาชนะห้าม                  ตัณหา ได้แฮ
    ซึ่งบุคคลแพ้มา                             มากแล้ว
    ความโศกย่อมลดรา                      จากจิต
    ประดุจใบบัวแผ้ว                           ผากน้ำ เปียกปอน ฯ

    ๓๓๗. เราขอเตือนเพื่อนพ้อง       พรหมจา-รีเฮย
    จงขุดรากตัณหา                           หมดเหง้า
    อย่ารอหมู่มารมา                          โยกสั่น คลอนแฮ
    ดุจดั่งต้นอ้อเคล้า                          คลื่นน้ำ พัดโคน ฯ

    ๓๓๘. แม้จังมีรากเหง้า                อยู่ตาม ดินแฮ
    ตอแห่งต้นไม้งาม                        งอกไม้
    ตัณหาไม่ขาดความ                     หยานอยาก มีแฮ
    ความทุกข์ย่อมเกิดได้                 ดั่งนี้ ธรรมดา ฯ

   ๓๓๙.จิตอันสายน้ำแห่ง                ตัณหา
    รกทั่วเถาวัลย์รา                           คะนั้น
    เมื่อเธอพิจารณา                          เห็นดั่ง นี้แล
    จงตัดรากให้สะบั้น                       ขาดด้วยปัญญา ฯ

    ๓๔๐.ไหลทั้วสายน้ำแห่ง             ตัณหา
    รกทั่วเถาวัลย์รา                           คะนั้น
    เมื่อเธอพิจารณา                          เห็นดั่ง นี้แล
    จงตัดรากให้สะบั้น                       ขาดด้วย ปัญญา ฯ

    ๓๔๑.อันเหล่าสุัตว์ทั่วท้อง           โลกา
    มักใฝ่รักกามา                               มากล้ำ
    ไม่มุ่งมาดปรารถนา                       สันติสุข
    จึงเกิดแก่ตายซ้ำ                          ซับซ้อน สงสาร ฯ

    ๓๔๒. อันฝูงสัตว์ติดห้วง               ตัณหา
    ไม่ผิดกระต่ายขา                           ติดแร้ว
    สัตว์ติดบ่วงกามา                          กิเลส
    จึงทุกข์มิรู้แล้ว                              ตลอดสิ้น กาลนาน ฯ

    ๓๔๓.ปวงสัตว์อันติดห้วง             ตัณหา
    ดั่งกระต่ายอันขา                          ติดแร้ว
    ภิกขุมุ่งปรารถนา                          ความหลุด พ้นแฮ
    พึงละราคะแผ้ว                            ผ่องสิ้น จากตน ฯ

    ๓๔๔.ผู้ใดจากป่าช้า                   ตัณหา
    เพื่อสู่พระวนา                             ป่าแก้ว
    ย้อนกลับป่ากามา                       กิเลส อีกแฮ
    เหมือนหลุดจากบ่วงแร้ว             วิ่งเข้า กรงขัง ฯ

    ๓๔๕.เครื่องจองจำเหล็กไม้       ปอหนัง
    ท่านว่ามั่นคงยัง                          จักแก้
    ภรรยาบุตรทรัพย์สัง-                   หาทรัพย์
    คือเครื่องจองจำแต้                     ตราบเท้า วันตาย ฯ

    ๓๔๖กามคุณเครื่องผูกร้อย         รึงรัด
    เครื่องถ่วงปวงหมู่สัตว์                 ต่ำแต้
    ของภายนอกผูกมัด                     หลวมหลอก ตาแฮ
    แก้ยากนักปราชญ์แก้                   บวชสิ้ ยินดี ฯ

    ๓๔๗. ยินดีกำหนัดด้วย                แรงรา- คะแฮ
    ย่อมสู่ธารตัณหา                          หุบห้วย
    แมงมุมชักใยพา                          ตัวติด ใยแฮ
    จงเร่งทำลายด้วย                        บวชทิ้ง ทุกข์ปวง ฯ

     ๓๔๘.จงปล่อยวางอดีตทั้ง        ปัจจุบัน
    อย่าห่วงอนาคตวัน                      ภาคหน้า
    เมื่อใจหลุดพัวพัน                       ทุกสิ่ง
    เธอจักไม่เกิดช้า                          ชาติหน้า ต่อไป ฯ

    ๓๔๙.ใจคนผู้ติดข้อง                   ในกาม
    หลงติดสิ่งสวยงาม                      แวดล้อม 
    ตัณหาย่อมติดตาม                      ตัวงอก งามแฮ
    ดุจดั่งต้นไม้ห้อม                         ปกด้วย เถาวัลย์ ฯ

    ๓๕๐. ผู้ใดใจสงบซึ้ง                   สำราญ
    เจริญอุสภกรรมฐาน                     ผ่องแผ้ว
    ทำลายบ่วงแห่งมาร                     คือกิเลส แล้วแฮ
    จักล่วงบ่วงมารแคล้ว                   ขาดสิ้น ตัณหา ฯ      

   ๓๕๑. ท่านผู้บรรลุแล้ว                 จุดหมาย
    ไม่หวั่นต่อความตาย                    เกิดแล้ว
    ตัณหากิเลสหาย                          สูญขาด สิ้นแฮ
    ถอนลูกศรเสียบแคล้ว                  ขาดสิ้น ทุกข์ภัย ฯ

    ๓๕๒ท่านผู้บรรลุแล้ว                   จุดหมาย
    ไม่หวั่นต่อความตาย                     เกิดแล้ว
    ตัณหากิเลสหาย                           สูญขาด สิ้นแฮ
    ถอนลูกศรเสียบแคล้ว                   ขาดสิ้น ทุกข์ภัย ฯ. 

    ๓๕๓.เอาชนะทุกอย่างได้            โดยสวัสด-ดีแฮ
    ทุกสิ่งสารพัดจรัส                         แจ่มแล้ว
    ไม่หลงติดละตัด                           ขาดหมด สิ้นแฮ
    จึงหลุดพ้นโลกแผ้ว                      ผ่องด้วย อภิญญา ฯ

    ๓๕๔.ทานอื่นย่อมพ่ายแพ้            ธรรมทาน
    รสพระธรรมใดปาน                        เปรียบได้ 
    ปลื้มธรรมะเบิกบาน                       ใจยิ่ง
    สิ้นทะยานอยากไร้                        ทุกข์แท้ ธรรมดา ฯ

   ๓๕๕.โภคทรัพย์ย่อมฆ่าล้าง          คนหลง ทรัพย์แฮ
    ฆ่านักปราชญ์ผู้ปลง                      ไป่ได้
    เพราะโลภทรัพย์จึ่งคง                   ความโง่ งมแฮ
    ย่อมฆ่าคนอื่นไหม้                         บอดพร้อม ตนเอง ฯ

    ๓๕๖.หญ้าปกมารกร้าง                 เสียหาย
    ราคะปกหญิงชาย                          โศกเศร้า
    อันวัตถุทานถวาย                          ผู้หมด กิเลสแฮ
    ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า                 เพาะเนื้อ นาดี ฯ

    ๓๕๗.หญ้าปกนารกร้าง                  เสียหาย
    โทสะปกหญิงชาย                          โศกเศร้า
    อันวัตถุทานถวาย                            ผู้หมด โกรธแฮ
    ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า                  ปลูกเนื้อ นาดี ฯ

    ๓๕๘  หญ้าปกนารกร้าง                  เสียหาย
    โมหะปกหญิงชาย                           โศกเศร้า
    อันวัตถุทานถวาย                             ผู้ไม่ หลงแฮ
    ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า                   ปลูกเนื้อ นาดี ฯ

    ๓๕๙ หญ้าปกนารกร้าง                   เสียหาย
    ความอยากปกหญิงชาย                  โศกเศร้า
    อันวัตถุทานถวาย                             ผู้หมด อยากแฮ
    ดั่งหว่านข้าวเปลือกเข้า                    ปลูกเนื้อ นาดี ฯ                    .